11/30/2556

นิทานเรื่องเทพารักษ์กับชายตัดฟืน

05:58

เทพารักษ์กับชายตัดฟืน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ชายใจซื่อแต่ยากจนคนหนึ่งมีอาชีพตัดฟืนไปเร่ขายในตลาด  ทุกๆ วันชายผู้นี้จะตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อออกไปหากองไม้แห้งคุณภาพดีสำหรับการทำฟืน แล้วนำมาผ่าเป็นซีกๆ ด้วยขวานเหล็กเล่มเก่าคู่ใจซึ่งเป็นสมบัติในการประกอบอาชีพชิ้นเดียวที่พ่อของเขามอบไว้ให้ก่อนตาย
แม้ว่าชายตัดฟืนจะยากจน แต่ด้วยความเป็นคนขยันขันแข็ง  ซื่อสัตย์  และเป็นคนดีมีเมตตา เขาจึงเป็นที่รักของคนที่รู้จัก  ยกเว้นคนเดียวคือชายใจคดที่อาศัยอยู่บ้านข้างๆ กัน
ชายใจคดนั้น  แต่เดิมเป็นบุตรชายของผู้มีอันจะกินคนหนึ่ง ทว่าเมื่อพ่อแม่ตายไปก็ไม่อาจรักษาสมบัติเหล่านั้นเอาไว้ได้ เหตุเพราะความเป็นคนใจคด  ชอบพูดโกหกตลบตะแลงอยู่เสมอ  เมื่อทำการค้าใดๆ กับใครก็ไม่เคยมีความสุจริตใจ  ภายหลังไร้คนเชื่อถือ  กิจการต่างๆ จึงล่มสลายและล้มละลายไปจนหมดสิ้น
ชายใจคดเมื่อไร้เงินทองของพ่อแม่แล้วก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไรต่อดี ยามพ่อแม่ให้เงินทองไปศึกษาก็หนีการเล่าเรียนไปเที่ยวเล่น ทำให้ไม่มีวิชาความรู้ติดตัวอย่างเป็นจริงเป็นจัง  ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นว่าชายใจซื่อที่อยู่บ้านใกล้เคียงทำอาชีพตัดฟืนแล้วมีเงินซื้อข้าวกิน ตนเองเลยยึดอาชีพนั้นตามบ้าง  แต่ชายใจคดไม่ได้ตั้งใจประกอบอาชีพเหมือนชายใจซื่อ กว่าจะได้ลุกจากที่นอนในแต่ละวันก็เมื่อสายมากแล้ว แค่ออกแรงตัดฟืนนิดหน่อยก็บ่นว่าเหนื่อย  ดังนั้นฟืนของชายใจคดจึงขายไม่ค่อยได้ ต่างจากฟืนของชายใจซื่อที่ขายดิบขายดีทุกวัน ชายใจคดจึงรู้สึกอิจฉาชายใจซื่ออยู่ลึกๆ และคิดว่าสักวันจะต้องกลับมาร่ำรวยดังเดิมให้ได้
อยู่มาวันหนึ่ง ชายใจซื่อตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อออกไปตัดฟืนเหมือนเช่นทุกวัน กระนั้นเมื่อเห็นชายใจคดยังไม่ออกจากบ้านก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจไปเคาะประตูหน้าบ้านเพื่อปลุกให้ออกไปตัดฟืนด้วยกัน
          “รีบตื่นเถิดเพื่อน หากต้องการไม้คุณภาพดี  เราก็ต้องไปเก็บเสียแต่ตอนนี้ ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะมาเก็บไปจนหมด”
แต่ชายใจคดกลับไม่สำนึกในความหวังดีของชายใจซื่อ ซ้ำยังหยิบข้าวของขว้างไปที่ประตูพร้อมกับส่งเสียงตะคอกอย่างรำคาญว่า
          “แกอยากได้ไม้ดีๆ ก็ไปคนเดียวซี่...อย่ามารบกวนเวลานอนของข้า ข้ากำลังฝันถึงสมบัติมากมายก่ายกองอยู่เชียว  อย่ามาขัดจังหวะข้าอีกนะ ไม่อย่างนั้นแกจะโดนดี!”
ชายใจซื่อเห็นว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะชักชวนชายใจคดให้ออกไปตัดฟืนด้วยกัน ดังนั้นเขาจึงผันหน้าสู่ป่าไปหาตัดฟืนแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อเข้าไปในป่า ชายใจซื่อพบไม้ฟืนชั้นดีอยู่ริมแม่น้ำเป็นจำนวนมาก เขาจึงปักหลักเก็บกิ่งไม้แห้งและผ่าฟืนอยู่บริเวณนั้นเป็นเวลานาน
ชายใจซื่อทำงานของตนอย่างขะมักเขม้น และตอนนั้นเอง  โดยที่ไม่ทันระวังตัว เขาก็เผลอทำขวานหลุดมือลงไปในแม่น้ำ
ขวานเล่มนั้นแม้จะเก่ามากแล้ว แต่ก็เป็นเครื่องมือที่ใช้ทำมาหากินมานานอีกทั้งยังเป็นของไว้ดูต่างหน้าพ่อของเขาอีกด้วย ชายใจซื่อกลุ้มใจและเศร้าโศกเป็นที่สุด ตัวเขาเองก็ว่ายน้ำไม่เป็นจึงไม่รู้ว่าจะหาทางลงไปเอาขวานของตนคืนมาอย่างไร
          “พ่อจ๋า ลูกไม่ดีเองที่ไม่ทันระวังตัวจนทำให้ขวานที่พ่อมอบให้ตกน้ำไป โปรดอภัยให้ลูกไม่ได้ความคนนี้ด้วยเถิดจ้ะพ่อ”
ขณะที่กำลังนั่งคิดถึงพ่อและตัดพ้อตนเองอยู่นั้น จู่ๆ  น้ำในแม่น้ำที่เคยไหลอย่างเอื่อยเฉื่อยก็หมุนวนอย่างรุนแรง แล้วทันใดนั้นเอง เทพารักษ์องค์หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นมาจากผิวน้ำตรงใจกลางช่องคลื่นน้ำวน พร้อมกับถามชายใจซื่อว่า
          “ข้าคือเทพารักษ์ที่ดูแลผืนน้ำในป่าแห่งนี้ มีขวานเล่มหนึ่งตกลงไป ขวานนี้คือของเจ้าใช่หรือไม่”
ชายใจซื่อมองเทพารักษ์อย่างตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่เมื่อควบคุมสติได้ก็รีบยกมือขึ้นกราบไหว้ด้วยความเคารพ แล้วเขม้นมองไปยังขวานในมือของเทพารักษ์
ขวานเล่มนั้นเป็นขวานเงินราคาสูง
          “นั่นไม่ใช่ขวานของข้าน้อยหรอกขอรับ ขอท่านเทพารักษ์ได้โปรดนำขวานของข้ากลับคืนมาให้ข้าด้วยเถิด”
          “ถ้าอย่างนั้นจงรอข้าสักประเดี๋ยว”  เทพารักษ์ว่า  พร้อมทั้งหายวับลงไปในใจกลางของคลื่นน้ำวนครู่หนึ่ง แล้วขึ้นมาปรากฏกายเหนือผิวน้ำอีก
          “ขวานเล่มนี้คือขวานของเจ้าใช่หรือไม่”  เทพารักษ์ถามพร้อมกับชูขวานในมือขึ้นมา
ชายใจซื่อเขม้นมองอีก คราวนี้เป็นขวานทองคำเหลืองอร่ามทั้งเล่ม
          “เรียนท่านเทพารักษ์ ขวานนั้นก็ไม่ใช่ขวานของข้าขอรับ  ขวานของข้าเป็นเพียงขวานธรรมดาที่เก่ามากแล้ว และไม่มีราคาแต่อย่างใด”  ชายใจซื่อเอ่ย
          “ก็ดีแล้วนี่”  เทพารักษ์ว่า  “ถ้าขวานของเจ้าไม่มีราคา  ก็จงเอาขวานทองคำล้ำค่าเล่มนี้ไปแทนสิ เจ้าจะได้ร่ำรวยเสียทีอย่างไรเล่า”

           “เรียนท่านเทพารักษ์  แม้ขวานทองคำจะล้ำค่า แต่อย่างไรมันก็ไม่ใช่ของข้า  หากเอาไปไว้กับตัวคงรู้สึกไม่เป็นสุขแน่ ข้าเพียงอยากได้ขวานของข้าคืน  โปรดช่วยข้าด้วยเถิด”  ชายใจซื่ออ้อนวอน
          “เจ้านี่ช่างเรื่องมากเสียจริง”  เทพารักษ์แสร้งทำเป็นบ่นแล้วหายวับลงไปในน้ำอีก ก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมขวานเหล็กเล่มเก่า ชายใจซื่อมองแวบเดียวก็จำได้ทันทีว่าเป็นขวานของตน
          “ใช่แล้วขอรับ นั่นคือขวานของข้าจริงๆ  ขอบพระคุณท่านเทพารักษ์มาก ที่อุตส่าห์นำขวานของข้าน้อยขึ้นมาให้”  ชายใจซื่อละล่ำละลัก บอกด้วยความดีอกดีใจเหลือจะกล่าว
          “เมื่อได้ขวานคืนแล้วก็จงตั้งใจทำงานให้ดี และข้าได้ประจักษ์อย่างแน่แท้แล้วว่าเจ้านั้นมากด้วยคุณธรรมแห่งความสัตย์ซื่อ ซึ่งหาได้ยากในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ดังนั้นข้าจะขอมอบขวานเงินและขวานทองให้เป็นของขวัญสำรับเจ้า และขอให้เจ้าพบกับความสุขในชีวิตอันใกล้นี้”  เมื่อให้พรจบเทพารักษ์ก็มอบขวานเงินขวานทองให้แก่ชายใจซื่อ แล้วหายวับลงไปในแม่น้ำทันที  พร้อมกับคลื่นน้ำวนก็ค่อยๆ  หายไป กลายเป็นแม่น้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อยตามเดิม
หลังจากนั่งคิดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ครู่หนึ่ง ชายใจซื่อก็ลงมือทำงานของตนต่อไปจนเสร็จ  แล้วนำฟืนไปเร่ขายในตลาดอีกเช่นเคย วันนี้ฟืนของเขาดีมาก ดังนั้นชายใจซื่อจึงได้กลับบ้านตั้งแต่เวลาสายๆ
เมื่อชายใจซื่อมาถึงบ้าน ปรากฏว่าชายใจคดเพิ่งจะตื่นนอนและกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่หน้าบ้าน ทันทีที่เห็นชายใจซื่อ สายตาของชายใจคดก็มาสะดุดตื่นตะลึงอยู่กับขวานเงินและขวานทองในมือของชายใจซื่อ
          “เจ้าไปเอาขวานเงินและขวานทองล้ำค่าพวกนั้นมาจากไหนกันล่ะนั่น อย่าบอกนะว่าไปลักขโมยของคนอื่นเขามา”  ชายใจคดถามด้วยความพิศวงปนเคลือบแคลงใจ
          “เราไม่มีวันทำเช่นนั้นหรอกเพื่อน”  ชายใจซื่อตอบ  “วันนี้มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นแก่เรา ตรงแม่น้ำในป่าโน้นแน่ะ...เราเผลอทำขวานตกลงไปในแม่น้ำ แล้วก็มีท่านเทพารักษ์ผู้ดูแลแม่น้ำแห่งนั้นนำขวานเหล่านี้ขึ้นมาให้เรา...”
ชายใจคดได้ฟังเพียงเท่านั้นก็เกิดความละโมบเข้าครอบงำจิตใจ รีบฉวยขวานของตนแล้วตะลีตะลานออกจากบ้านไปโดยไม่ฟังชายใจซื่อเล่าให้จบเสียก่อน
เมื่อไปถึงแม่น้ำ ชายใจคดก็โยนขวานของตนลงไปในน้ำทันที แล้วทำเป็นร้องไห้คร่ำครวญว่า
          “ขวานของข้าพลัดตกไปในแม่น้ำเสียแล้ว จะทำอย่างไรดี...จะทำอย่างไรดี”
ทันใดนั้นน้ำในแม่น้ำก็เกิดหมุนวนเป็นระลอกคลื่นไหลวนอย่างรุนแรง แล้วเทพารักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับขวานเงิน
          “ข้าคือเทพารักษ์ที่ดูแลผืนน้ำในป่าแห่งนี้ นี่คือขวานของเจ้าใช่หรือไม่”  เทพารักษ์ถามชายใจคด
          “ใช่แล้วขอรับท่าน  ขวานนั้นเป็นของข้าเอง”  ชายใจคดพูดโกหก  และยังไม่หยุดละโมบจึงพูดต่อว่า  “นอกจากนั้นข้ายังมีขวานทองอีกเล่มที่ทำตกลงไปด้วย ขอท่านโปรดนำมาคืนข้าด้วยเถิด”
          “เลวมาก!”  เทพารักษ์ตะโกนอย่างโกรธจัด  จนน้ำในแม่น้ำแตกกระจาย  “ขวานนี้ไม่ใช่ของเจ้าสักหน่อย  ไยกล้ามาปดข้าเช่นนี้  เจ้ามันเป็นคนใจคด ไม่ยึดมั่นในความจริง  ไม่เคารพในความสัตย์ ดังนั้นเจ้าจะต้องสูญเสียทุกอย่างแม้แต่ขวานของเจ้า ข้าก็จะไม่คืนให้!”
กล่าวจบเทพารักษ์ก็หายวับลงไปในผืนน้ำ และทุกอย่างก็เงียบสงัดเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อไม่ได้ขวานเงิน ขวานทอง  และต้องสูญเสียแม้แต่ขวานของตัวเองไป  ชายใจคดก็เดินคอตกกลับบ้าน หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็ลำบากยิ่งกว่าเก่า เพราะความใจคดทำให้ต้องเสียขวานซึ่งเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพไป และไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย  ต่างกับชายใจซื่อ ที่นับวันจะพบแต่ความสุขความเจริญ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนกระทั่งสามารถสร้างครอบครัวเล็กๆ ที่น่ารักและแสนอบอุ่นได้ในที่สุด

...............เธอทั้งหลาย....................
นิทานเรื่องนี้เป็นนิทานที่เล่าสืบต่อกันมาช้านานแล้ว แต่คุณธรรมในนิทานได้เก่าแก่ดังตัวนิทานไม่ เพราะอะไรน่ะหรือ...ก็เพราะความซื่อสัตย์และการยึดมั่นในความจริงนั้น เป็นเรื่องที่ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจากคุณธรรมเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนได้พบกับความสุขความเจริญในชีวิต ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร...
ไม่ว่าวันนี้  พรุ่งนี้ หรืออีกร้อยล้านปี  หากโลกนี้ยังมีมนุษย์ และมนุษย์ยังมีความซื่อสัตย์สุจริตตราไว้ในดวงใจ...
ก็คงไม่มีใครขวนขวายอยากออกจากโลกไปอยู่บนดาวดวงอื่นอีกแล้วกระมัง...

.................จบเรื่องเทพารักษ์กับชายตัดฟืน..................

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top