11/12/2556

นิทานสีขาว : แอนโดรเคลสผู้ช่วยด้วยใจเมตตา

04:10

แอนโดรเคลสผู้ช่วยด้วยใจเมตตา

นิทานสีขาว
จาก เรื่องเล่าทุกเช้าที่โรงเรียนสัตยาไส โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่กรุงโรมยังรุ่งโรจน์  มีทาสหนุ่มผู้หนึ่งอาศัยอยู่ในกรุงโรม  นามว่า แอนโดรเคลส
แม้จะอยู่ในฐานะของทาสผู้ต่ำต้อย และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบาก แต่แอนโดรเคลสก็เป็นผู้มีจิตใจเมตตายิ่งกว่าคนมั่งมี  อย่างไรก็ตาม นายทาสที่ซื้อแอนโดรแคลสมานั้นเป็นคนใจร้ายและโหดเหี้ยม เขาใช้ให้แอนโดรเคลสทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน และโบยตีแอนโดรเคลสด้วยแส้แม้ทำความผิดเพียงเล็กน้อย  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ความผิดของแอนโดรเคลสก็คือ การทำให้นายของตนรู้สึกขัดหูขัดตาโดยไม่มีสาเหตุเท่านั้น
เมื่อถูกทำร้ายร่างกายและข่มเหงจิตใจมากขึ้น แอนโดรเคลสจึงตัดสินใจหลบหนีออกจากปราสาทของนายในเย็นวันหนึ่ง ทาสหนุ่มหนีเข้าไปในป่า  แล้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งตลอดทั้งคืน และผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น แอนโดรเคลสต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงคำรามดังมาจากปากถ้ำ และเสียงนั้นก็ใกล้เข้ามาทุกทีๆ สักพักสิงโตตัวหนึ่งก็เดินกระโผลกกระเผลกเข้ามาด้วยท่าทางและสีหน้าที่บ่งบอกว่ากำลังเจ็บปวดเป็นกำลัง สิงโตตัวนั้นเห็นแอนโดรเคลสแล้ว  ทว่ามันไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรกับเขาเลย เพราะตอนนี้มันกำลังทุกข์ทรมานด้วยบาดแผลที่เท้าของมันซึ่งบวมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มันส่งเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด ก่อนจะล้มตัวลงนอนตรงมุมหนึ่งของถ้ำและเลียเท้าของมันอย่างน่าสงสาร
แอนโดรเคลสนั้น เมื่อแรกก็รู้สึกกลัวสิงโตจนขวัญหนีดีฝ่ออยู่เหมือนกัน แต่เมื่อได้เห็นความทุกข์ทรมานจากบาดแผลของมันแล้ว  ความกลัวก็หายไปจากหัวใจของเขา บังเกิดเป็นความสงสารจับใจเข้ามาแทนที่  แอนโดรเคลสจึงคลานเข้าไปหาสิงโตอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้สิงโตคิดว่าเขาจะเข้าไปทำร้าย  จากนั้นจึงค่อยๆ สำรวจบาดแผลที่เท้าของมัน
แอนโดรเคลสเจอต้นตอของปัญหาแล้ว มีหนามใหญ่อันหนึ่งตำลึกเข้าไปในเท้าของสิงโตจนทำให้บาดแผลของมันอักเสบ แอนโดรเคลสเห็นดังนั้นจึงค่อยๆ  ดึงหนามออกแล้วทำแผลให้มันโดยใช้สมุนไพรง่ายๆ ที่พอจะหาได้ในบริเวณนั้น
สามวันต่อมา แผลที่เท้าของสิงโตก็หายสนิท และถึงเวลาที่มันต้องกลับไปยังถิ่นพำนักที่แท้จริงของมัน  ก่อนจากกัน เจ้าสิงโตได้เดินเข้าไปเลียมือของแอนโดรเคลสอย่างรักใคร่ แอนโดรเคลสจึงพูดกับมันว่า
          “ไปเถิดเพื่อนรัก มีบ้านของเจ้ารอเจ้าอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่ไหมเล่า  รักษาตัวด้วยล่ะ หากข้าไม่ตายเสียก่อนเราคงได้เจอกันอีก”
แล้วสิงโตก็เดินออกจากถ้ำไปด้วยความอาลัย
แม้สิงโตจะไปแล้ว แต่แอนโดรเคลสยังซ่อนตัวอยู่ในถ้ำต่ออีกหลายวัน  เพราะยังไม่วางใจในการล่าของนายตน จนกระทั่งแอนโดรเคลสคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เขาจึงออกจากถ้ำแล้วเดินทางหนีต่อไปยังอีกเมืองหนึ่ง
แต่โชคไม่เข้าข้างคนดีมีเมตตาอย่างแอนโดรเคลส เมื่อปรากฏว่านายทาสใจอำมหิตของเขาก็ได้เดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ด้วย และพบกับแอนโดรเคลสเข้าในตลาด
          “จับเจ้าทาสทรยศนั้น! มันแอบหนีออกจากปราสาทของข้า”  นายทาสของแอนโดรเคลสตะโกนลั่น และทุกคนก็ช่วยกันจับตัวแอนโดรเคลสไว้
          “คิดว่าจะหนีข้าพ้นเรอะ! เจ้าทาสผู้ต่ำต้อย”  นายทาสพูดอย่างกระโชกโฮกฮาก พร้อมกับตบหน้าของแอนโดรเคลสอย่างแรง
          “หากนายไม่ทำร้ายข้าอย่างโหดเหี้ยม มีหรือข้าจะหนีนายไป”  แอนโดรเคลสกัดฟันโต้ตอบ
          “จะมากไปแล้ว!”  นายทาสผู้มีจิตใจอำมหิตตวาดลั่น  “ข้าซื้อเจ้ามาเป็นทาส เจ้าก็ต้องเป็นทาสรองมือรองเท้าข้า  จะให้ข้าเลี้ยงเจ้าเยี่ยงมิตรสหายรึไง เจ้าหน้าโง่!”
          “ข้าไม่หวังเช่นนั้นดอกนาย ข้ารู้ตัวดีว่าฐานะต่ำต้อย  และยอมรับในฐานะความเป็นทาสของตนเองเสมอ แต่ข้าก็เป็นมนุษย์เช่นท่าน  มีเลือดเนื้อ  มีจิตใจ  มีความรู้สึก ข้าเพียงต้องการให้ท่านปฏิบัติกับข้าเสมือนข้าเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับท่านเท่านั้น”  แอนโดรเคลสพูดอย่างกล้าหาญ ซึ่งทำให้นายของเขารู้สึกโกรธจนหน้าชา
          “ดีแล้ว  เจ้าขี้ข้า! ถ้าเจ้าคิดได้ถึงขนาดนั้น ข้าก็จะพากเจ้าไปพบกับความอำมหิตโหดเหี้ยมยิ่งกว่าที่เจ้าเคยได้รับจากข้า”
ว่าแล้ว นายทาสก็จับตัวเขาส่งเข้าคุกหลวงของกรุงโรม ซึ่งในสมัยนั้นได้มีการบัญญัติโทษสำหรับทาสที่หลบหนีนายทาสอย่างรุนแรง  กล่าวคือ ทาสที่หลบหนีนายของตน  จะต้องถูกจับโยนเข้าไปในสนามประลองที่มีสิงโต โดยมีมีดสั้นด้ามเดียวเป็นอาวุธสำหรับต่อสู้  และรอบๆ สนามประลองนั้นจะมีชาวเมืองซื้อตั๋วเข้ามาชมการประลองอันแสนอำมหิตระหว่างคนกับสิงโตอย่างสนุกสนาน รวมถึงพระราชาและพระราชินีแห่งโรมก็จะเสด็จมาทอดพระเนตรการประลองครั้งนี้ด้วย ซึ่งที่แล้วๆ  มา  การประลองจะสิ้นสุดเมื่อคนถูกสิงโตฆ่าตาย และตกเป็นอาหารอันโอชะของสิงโตเสมอ
ทุกอย่างเป็นไปตามกฎ แอนโรคเคลสถูกส่งตัวไปยังสนามประลองและมีมีดสั้นเล่มเดียวในมือ สักครู่ประตูปล่อยสิงโตก็เปิดออก  สิงโตหิวโซตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากประตูบานนั้น และคำรามด้วยความโกรธ  มันมองไปทางแอนโดรเคลส  และวิ่งตรงไปหาเขาทันที ฝูงชนพากันส่งเสียงโห่ร้องอย่างป่าเถื่อนพร้อมกับรอดูภาพแห่งความอำมหิตที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
แอนโดรเคลสไม่ชอบทำลายชีวิตใคร แต่ในนาทีนี้เขาตกใจมากสัญชาตญาณบอกให้เขาสู้เพื่อการมีชีวิตอยู่ ดังนั้นแอนโดรเคลสจึงเงื้อมีดในมือขึ้น เพื่อป้องกันตนเองจากสิงโตที่หิวโซและแสนดุร้ายตัวนี้

แต่แล้ว  ในขณะที่แอนโดรเคลสกำลังเงื้อมีดขึ้น  จู่ๆ สิงโตตัวนั้นก็หยุดชะงักการมุ่งร้าย  และไม่ส่งเสียงคำรามอันน่าหวาดหวั่นอีก มันเอียงคอมองแอนโดรเคลสอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะค่อยๆ  เดินมาหาอย่างช้าๆ แล้วเข้ามาเลียมือเลียเท้าของแอนโดรเคลสอย่างรักใคร่ แอนโดรเคลสจึงจำสิงโตตัวที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ในถ้ำได้ และเข้าไปโอบกอดรอบคอมันด้วยความปีติ
ผู้ชมทั้งหมดในที่นั้นจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง พวกเขาคิดว่ามีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น  จึงพากันปรบมือดังสนั่นทั้งสนามประลอง พร้อมทั้งส่งเสียงตะโกนด้วยความยินดี
พระราชาแห่งโรมทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็รับสั่งให้นำตัวแอนโดรเคลสมาเข้าเฝ้าเพื่อตรัสถามความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวอันน่าประหลาดนี้
            “เจ้าเป็นใครกันแน่ ใยสิงโตที่แสนดุร้ายตัวนั้นจึงไม่ฆ่าเจ้า  แต่กลับทำเสมือนว่าเจ้าเป็นมิตรกับมัน”  พระราชาตรัสถามแอนโดรเคลสทันทีที่เขามาถึง
          “กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมเป็นเพียงข้าทาสผู้ต่ำต้อยธรรมดาๆ  คนหนึ่งเท่านั้น และที่สิงโตตัวนั้นไม่สังหารกระหม่อม  ก็เพราะเราทั้งสองมีไมตรีต่อกัน”  แอนโดรเคลสตอบ
          “ไมตรีนั้นเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดเล่า" พระราชาตรัสถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
             "เกิดขึ้นเมื่อกระหม่อมหลบหนีนายทาสผู้ชอบกระทำทารุณกับกระหม่อมเข้าไปอยู่ในถ้ำ และเห็นมันกำลังเจ็บปวดทรมานเพราะมีหนามตำเท้า กระหม่อมจึงช่วยเอาหนามออกและหายามารักษาให้  จนเท้าของมันหายดีเป็นปกติ จากนั้นเราทั้งสองจึงแยกทางกันพระย่ะค่ะ”  แอนโดรเคลสตอบ  คำตอบของเขาทำให้พระราชา พระราชินี และข้าบริพารในบริเวณนั้นส่งเสียงอุทานพร้อมกันด้วยความทึ่งในความกล้าหาญเกินมนุษย์ของเขา
          “แล้วเจ้าไม่กลัวหรือ...สิงโตตัวนั้นกำลังบาดเจ็บ มันอาจหงุดหงิดจนขย้ำเจ้าก็ได้”  พระราชาตรัสถามอีก
          “ไม่เลยฝ่าบาท”  แอนโดรเคลสตอบ  “ในเวลานั้นกระหม่อมได้รับการทำร้ายจากนายมาเป็นเวลานาน จนแทบจะไม่เข้าใจคำว่าการมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว เมื่อกระหม่อมเห็นสิงโตกำลังทุกข์ทรมาน  กระหม่อมจึงรู้สึกสงสารมันมาก และคิดว่าจะยอมตายโดยได้ช่วยเหลือสิงโต  ดีกว่ากลับไปเป็นทาสของนายผู้เหี้ยมโหด ที่ทำราวกับว่ากระหม่อมมิได้มีค่าพอที่เกิดมาเป็นมนุษย์ตลอดชีวิตพระย่ะค่ะ”
พระราชาแห่งโรมรู้สึกพอพระทัยในคำตอบของแอนโดรเคลสมาก จึงทรงลุกขึ้นรับสั่งประกาศต่อฝูงชนในที่นั้นว่า
          “เราขอประกาศให้ทุกคนรู้ นับจากนี้หนุ่มน้อยแอนโดรเคลสจะไม่เป็นทาสอีกต่อไป ข้าขอสั่งให้นายของแอนโดรเคลสปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ แอนโดรเคลสจะเป็นไทแก่ตนนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป!”
สิ้นเสียงรับสั่ง ชาวเมืองทุกคนในที่นั้นก็พากันโห่ร้องแสดงความยินดีให้แก่แอนโดรเคลส ชายหนุ่มผู้หาญช่วยสิงโตดุร้ายด้วยใจเมตตา

...................เธอทั้งหลาย....................
การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจเมตตานั้นเป็นเรื่องดีมาก เชื่อว่าเธอหลายคน ก็ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้วใช่ไหม...แต่อยากให้เธอลองทำสิ่งที่ยากกว่านั้นอีกสักหน่อย นั่นคือ  มอบโอกาสช่วยเหลือเจือจุนคนที่เธอคิดว่าเขาเป็นคนร้ายกาจอย่างที่สุด นี่คือการทำความดีที่ยากขึ้นอีกขั้น  และไม่ใคร่มีใครทำนัก  ดังนั้นถ้าเธอทำได้ เธอก็เป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐอย่างที่สุดแล้ว
เธอเอ๋ย...คนร้ายกาจนั้น อาจมีเหตุผลลึกๆ  บางประการที่ทำให้เขาต้องแสดงความร้ายกาจออกมา ซึ่งเราเองก็ยากที่จะเข้าใจ แต่มีคนร้ายกาจหลายคนทีเดียวที่เขาต้องร้ายกาจเพราะเขาไม่เคยได้รู้จักกับความรักและความเมตตา ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าควรจะทำดีกับผู้อื่นอย่างไร เพราะไม่มีใครเคยทำดีกับเขามาก่อน
ดูอย่างเรื่องของแอนโดรเคลสและสิงโตตัวนี้อย่างไรเล่า เธอคิดว่าถ้าคนทั่วๆ  ไปเดินเข้าไปเจอสิงโตนอนเจ็บปวดอยู่ในป่า เขาจะทำอย่างไร...หลายคนคงรีบวิ่งหนีเพราะกลัวว่าสิงโตจะทำร้าย  ทั้งๆ ที่มันกำลังเจ็บทรมาน  แต่บางคนฉวยโอกาสตอนที่มันกำลังอ่อนแอนี้ สังหารมันเพื่อความปลอดภัยของตัวเองด้วยซ้ำ จะมีสักกี่คนที่กล้าเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยสิงโตเพราะมีความเมตตาสงสารเกิดขึ้นมากกว่าความหวาดกลัวอย่างแอนโดรเคลส ด้วยเหตุนี้  เมื่อแอนโดรเคลสมีบุญคุณต่อสิงโต  สิงโตจึงตอบแทนบุญคุณแอนโดรเคลส โดยไม่เพียงแต่ไม่ฆ่าเขาในสนามประลองเท่านั้น หากแต่ยังปลดปล่อยเขาให้ไปสู่อิสรภาพให้หลุดพ้นจากความเป็นทาสอีกด้วย
อย่าช่วยคนเพราะหวังผลเลยเธอ แม้แต่การช่วยคนร้ายกาจ ก็อย่าได้คาดหวังว่าเขาจะกลายเป็นคนดีเพราะน้ำใจที่เธอหยิบยื่นให้แก่ขา จงช่วยคนเพราะนั่นทำให้เธอสบายใจก็พอ  แต่เมื่อไรก็ตามที่เธอช่วยคนร้ายกาจ แล้วเขาทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง  นั่นคือ การทำดีอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อตอบแทนน้ำใจของเธอ  เธอก็จงดีใจเถิดว่า เธอได้หยิบยื่นตะเกียงส่องทางแห่งความดีให้แก่เขาแล้ว เขาอาจจะรับมันมาเพียงเพื่อการดูเล่นแล้วก็ขว้างทิ้งไป หรืออาจจะนำมาส่องทางเดินของตนเองไปตลอดชีวิต...นั่นก็เป็นเรื่องของเขา...แต่ถ้าเป็นอย่างหลัง เธอไม่ดีใจหรือ  ที่เธอเป็นแรงบันดาลใจให้คนร้ายกาจคนหนึ่งกลับตัวเป็นคนดีได้ เธอไม่ดีใจหรือ ที่ความเมตตาของเธอทำให้โลกของเรามีคนดีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน...เธอไม่ดีใจหรือ?                  .................จบเรื่องแอนโดรเคลสผู้ช่วยด้วยใจเมตตา.............. สุขไม่เที่ยง ยึดถือแล้วเป็นทุกข์

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top