10/24/2556

นิทานสีขาว คำพูดของเสือน้อย

06:06

นิทานสีขาว  คำพูดของเสือน้อย


เสือน้อยกับเจ้าลิงจอมซนเป็นเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนป่าใหญ่ เมื่อถึงเวลาปิดเทอม  เสือน้อยกับเจ้าลิงซึ่งสนิทกันมากได้มานั่งคุยกันว่า จะพากันไปเที่ยวที่ไหนดี
             “ฉันอยากไปชายทะเลจัง”  เสือน้อยว่า พร้อมกับทำหน้าเหม่อลอยคิดวาดภาพน้ำทะเลและท้องฟ้าสีครามไปด้วย
          “ก็ดีนะ ฉันเองก็ไม่เคยเห็นน้ำทะเลของจริงเหมือนกัน  ได้แต่ฟังพ่อเล่าเท่านั้น พ่อของฉันบอกว่า  น้ำทะเลน่ะเค็มมากๆ  เลย  ไม่รู้จริงอ๊ะเปล่า”  เจ้าลิงพูดพลางหาวอย่างเกียจคร้าน
          “จริงหรอ ยิ่งฟังยิ่งอยากไปจัง  แต่พ่อเสือใหญ่ของฉันไม่ค่อยว่างเลยน่ะสิ คงไม่มีเวลาพาฉันไปแน่เลย”  เสือน้อยบ่นกระปอดกระแปด
          “ก็ไปกันสองคนสิ  เธอกับฉันไง”  เจ้าลิงเสนอขึ้นมาทันที
          “แต่...เธอรู้ทางหรอ  เจ้าลิง ทะเลน่ะอยู่ไกลจากป่าของเรามากเหมือนกันนะ”  เสือน้อยถามเจ้าลิงเพื่อนรัก
          “รู้ซี่”  เจ้าลิงลากเสียงยาว  “ฉันเคยนั่งรถผ่านทางไปทะเลด้วย แล้วจะถามพ่อลิงให้แน่ใจอีกทีก็ได้”
          “แต่เรายังเด็กมาก พ่อแม่ของเราจะให้เราไปกันตามลำพังหรือ”  เสือน้อยยังคงไม่แน่ใจเท่าไรนัก
          “ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกน่า”  ลิงลมว่า
แล้วทั้งสองก็กลับบ้านไปบอกแผนเที่ยวทะเลให้พ่อกับแม่ทราบ พ่อแม่ของเสือน้อยจึงพาเสือน้อยมาที่บ้านของเจ้าลิง เพื่อปรึกษากับพ่อแม่ของเจ้าลิง
          “จริงๆ  เราก็สงสารลูก เพราะไม่เคยพาแกไปเที่ยวไหนมานานแล้ว  แต่ก็เป็นห่วงถ้าจะปล่อยให้ไปกันเอง”  แม่เสือกล่าวขึ้นก่อนใคร
          “ฉันก็เหมือนกัน เป็นห่วงเจ้าลูกจอมซนนี้จริงๆ กลัวว่าถ้าปล่อยให้ไปไหนเองแล้วจะเล่นซนไม่เข้าเรื่อง  ทำให้พ่อแม่ต้องปวดหัวอีก”  แม่ลิงว่า  พลางส่งสายตาดุๆ  ไปทางลิงผู้เป็นลูก ซึ่งเจ้าลิงก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า
          “โธ่แม่จ๋า  ลูกน่ะโตแล้วนะ ไม่เล่นซนอะไรแบบนั้นอีกแล้วล่ะ”
          “จริงอย่างลิงน้อยว่านะ”  พ่อเสือพูดขึ้นหลังนิ่งฟังอยู่นาน  “ลูกๆ  ของเราก็โตขึ้นมากแล้ว คงพอจะดูแลตัวเองได้  อีกอย่างทั้งสองก็ไปด้วยกัน คงไม่เป็นไรหรอก”
          “ถ้าพ่อเสือคิดอย่างนั้น  ฉันก็เห็นด้วยจ้ะ แต่ต้องไปเช้าเย็นกลับนะ”  แม่เสือหันไปบอกเสือน้อยกับเจ้าลิงด้วยท่าทางขึงขัง ซึ่งเสือน้อยและเจ้าลิงก็รีบพยักหน้ารับคำทันที
เมื่อพ่อเสือและแม่เสืออนุญาตให้เสือน้อยไปเที่ยวทะเลได้ พ่อลิงกับแม่ลิงก็ยอมให้เจ้าลิงไปด้วยเช่นกัน โดยพ่อลิงได้บอกเส้นทางที่จะไปทะเลให้เด็กทั้งสองรู้  และพาไปขึ้นรถที่ท่ารถ พร้อมทั้งกำชับว่า
          “รถสายนี้จะหมดตอนสี่โมงเย็น อย่าเล่นน้ำทะเลกันเพลินจนลืมเวลาล่ะ  เราไว้ใจลูกทั้งสองนะ”  พ่อลิงกำชับ
          “ไม่ต้องห่วงน่า  พ่อจ๋า”  เจ้าลิงพูดหน้าทะเล้น  “พอสี่โมงเย็นปุ๊บ ฉันจะพาเสือน้อยมาขึ้นรถกลับบ้านปั๊บเลย”
          “ไม่ได้ๆ”  พ่อลิงร้องลั่น  “รถหมดสี่โมงเย็น  เจ้าก็ต้องเผื่อเวลาสักครึ่งชั่วโมงมายืนรอรถ ไม่อย่างนั้นจะตกรถและไม่มีรถกลับบ้าน เข้าใจไหม”
เสือน้อยกลัวว่าพ่อลิงจะลังเลและไม่ให้พวกเขาไป จึงรีบรับคำว่าจะทำตามนั้น แล้วทั้งสองจึงขึ้นรถไปเที่ยวทะเลด้วยความเบิกบานใจเป็นที่สุด
เมื่อเสือน้อยละเจ้าลิงไปถึงทะเลแล้ว ทั้งสองก็ลิงโลดกันมาก  ต่างวิ่งลงไปเล่นน้ำทะเลอย่างสนุกสนาน  ว่ายน้ำบ้าง จับปลาบ้าง  ดูรูปูบ้าง  ก่อปราสาททรายบ้าง จากนั้นก็ไปพักรับประทานอาหารในร้านคุณโลมา  แล้วลงก็ไปว่ายน้ำเล่นอีก ก่อกองทรายใหม่ และนอนแผ่หราบนชายหาดเพื่อรับลมทะเลอย่างสดชื่น
นอกจากนั้น ในยามบ่าย  เสือน้อยและเจ้าลิงยังได้รู้จักกับเพื่อนๆ สัตว์มากมายที่มาเที่ยวทะเลด้วย สัตว์เหล่านี้ชวนเสือน้อยและเจ้าลิงเล่นฟุตบอลด้วยกันที่ชายหาด ทั้งสองก็ตกปากรับคำโดยทันที และเข้าไปรวมกลุ่มเล่นกับเพื่อนใหม่อย่างสนุกสนาน
เวลาผ่านไปไม่นาน เสือน้อยสังเกตเห็นผู้คนต่างเริ่มทยอยกันออกไปจากชายหาด เขาจึงก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือ จึงพบว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว
          “เราต้องไปรอรถกลับบ้านแล้วนะเพื่อน นี่มันบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว”  เสือน้อยวิ่งไปบอกเจ้าลิง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าลิงจะเล่นเพลินจนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
          “ขออีกนิดน่า กำลังสนุกเลย”  เจ้าลิงว่า แล้ววิ่งไปแตะฟุตบอลที่เพื่อนแตะส่งมาให้
เสือน้อยออกจากวงฟุตบอลมาเก็บข้าวของของตนใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน หันไปมองเจ้าลิงที่ยังไม่ยอมเลิกเล่นง่ายๆ เสือน้อยจึงช่วยเก็บของให้เจ้าลิงด้วย
ใกล้จะสี่โมงเย็น  รถกำลังจะหมดอยู่แล้ว แต่เจ้าลิงยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกเล่นกับเพื่อนๆ  แต่อย่างใด เสือน้อยรู้สึกกระวนกระวายใจ จึงเดินเข้าไปตามเจ้าลิงอีก
          “กลับเถอะเพื่อน นี่จะสี่โมงเย็นแล้วนะ”  เสือน้อยบอกเจ้าลิง เขาต้องคอยเร่งฝีเท้าตามเจ้าลิงซึ่งกำลังวิ่งไล่ฟุตบอลอย่างเอาเป็นเอาตายไปด้วย
          “เดี๋ยวเดียวน่า”  เจ้าลิงพูดส่งๆ
          “เดี๋ยวไม่ได้อีกแล้วนะ  รถจะหมดอยู่แล้ว”  เสือน้อยบอกอย่างเป็นกังวล
          “โธ่!  ฉันกำลังสนุกอยู่นะ นายไม่เห็นหรือ”  เจ้าลิงร้องอย่างรำคาญ
          “สนุกแค่ไหนนายก็ต้องเลิกแล้วล่ะ เพราะเราต้องกลับให้ทันรถเที่ยวสุดท้าย  จำที่สัญญาไว้กับพ่อแม่ไม่ได้หรือ”  เสือน้อยเตือนสติเจ้าลิง  เพื่อนสัตว์ตัวอื่นๆ  เห็นว่าเสือน้อยรบกวนสมาธิเจ้าลิง ทำให้เจ้าลิงเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงพากันมาต่อว่าเสือน้อย
          “เอาอย่างนี้แล้วกัน  ฉันมากับพ่อ เดี๋ยวให้พ่อขับรถไปส่งพวกนายที่บ้านก็ได้  ทีนี้จะเล่นกันต่อได้รึยัง”  หมีอ้วนพูดตัดปัญหา  เจ้าลิงดีใจที่มีทางออกให้ตัวเองได้เล่นสนุกต่อ แต่เสือน้อยคิดว่านี่ไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้อง
          “สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีใครไปส่งเราหรือไม่ แต่อยู่ที่การรักษาคำพูดต่างหาก  ลิงน้อยเพื่อนรัก ฉันกับเธอได้ให้สัญญากับพ่อและแม่ของเราว่าจะกลับให้ทันรถเที่ยวสุดท้าย เราก็ต้องทำตามนั้นโดยไม่มีเงื่อนไข  พวกท่านอุตส่าห์ไว้ใจให้เรามาเที่ยวกันแล้ว เราก็ไม่ควรทำลายความไว้ใจนั้น  แล้วทำให้พวกท่านผิดหวัง”  เสือน้อยเตือนสติเจ้าลิง
          “หยุดพูดทีเถอะน่า!”  เพื่อนสัตว์ตัวอื่นๆ  ร้องอย่างหงุดหงิด  “เจ้าลิงอยากเล่นก็ปล่อยเขาไปสิ หากนายอยากจะกลับ นายก็กลับไปคนเดียวเลยไป”
อย่างไรเจ้าเสือก็ยังเป็นเพื่อนรักของเจ้าลิง เจ้าลิงรู้สึกสงสารเสือน้อยที่โดนรุมว่าและไม่อยากให้เขากลับคนเดียว แต่ตัวเองยังอยากอยู่เล่นต่อจึงบอกแก่เสือน้อยว่า
          “รอกลับด้วยกันเถอะน่า เสือน้อย  นี่ก็ใกล้สี่โมงเย็นอยู่แล้ว กว่าจะเดินออกไปถึงถนนก็ไม่แน่ว่าจะทันรถเที่ยวสุดท้ายหรือเปล่า”
แต่เสือน้อยยึดมั่นในคำพูดที่ให้ไว้กับผู้ใหญ่ เขากล่าวแก่เจ้าลิงว่า
          “ไม่ละเพื่อน ฉันไม่อยากให้พ่อกับแม่ไม่เชื่อใจฉันอีกต่อไป  ฉันต้องรักษาคำพูดของตัวเอง ถ้าเพื่อนไม่กลับก็ไม่เป็นไร แต่ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะ”
          “แล้วถ้าไม่มีรถล่ะ”  เจ้าลิงถาม
          “ไม่มีก็ไม่เป็นไร  ฉันจะเดินกลับบ้านเอง อาจจะถึงช้าแต่ก็ดีกว่าอยู่เล่นต่อแล้วผิดคำพูดที่ให้ไว้กับพ่อและแม่”  เสือน้อยตอบเจ้าลิง ก่อนจะเดินจากไป
เป็นจริงดังที่เจ้าลิงสันนิษฐาน รถเที่ยวสุดท้ายออกไปแล้ว  เมื่อเสือน้อยวิ่งมาถึงถนน เขารู้สึกใจคอห่อเหี่ยวและสิ้นความหวัง
          ‘เอาเถอะ  เดินก็เดิน ถึงทางจะไกลและอาจจะถึงบ้านเมื่อมืดมากแล้ว  แต่ก็ยังดีกว่าผิดคำพูด พ่อกับแม่คงเข้าใจเรา’  เสือน้อยคิด แล้วปลุกแรงใจให้ฮึดสู้อีกครั้ง
ระยะทางที่เดินด้วยเท้านั้นยาวไกลผิดจากตอนที่นั่งรถมามากทีเดียว เสือน้อยรู้สึกเมื่อยล้าสุดบรรยาย  และตอนนั้นก็ค่ำมากแล้ว แต่เสือน้อยก็ยังเดินไปไม่ถึงไหนสักที
          “เราต้องกลับให้ถึงบ้าน เราต้องกลับให้ถึงบ้าน”  เสือน้อยพูดกับตัวเอง แล้วทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงแตรรถยนต์ เสือน้อยแหงนหน้าขึ้นมองพบว่าเป็นรถของพ่อเจ้าลิงนั่นเอง
          “ขึ้นมาสิเสือน้อย เดี๋ยวเราจะได้ไปรับเจ้าลิงกัน น้ารู้เรื่องที่เจ้าลิงลูกจอมดื้อของน้าหมดแล้วล่ะ”  พ่อลิงว่า
          “น้าลิงรู้ได้ยังไงกันครับ”  เสือน้อยถามด้วยความแปลกใจ  เมื่อขึ้นมานั่งบนรถ
พ่อลิงยิ้ม ก่อนจะตอบว่า  “คุณโลมาเจ้าของร้านอาหารเป็นเพื่อนกับน้าเอง เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด  เลยเขียนจดหมายฝากคนขับรถประจำทางมาบอกน้า พ่อกับแม่ของเสือน้อยก็รู้เรื่องแล้วเหมือนกันนะ”
          “พ่อกับแม่เสือโกรธผมมากไหมครับ”  เสือน้อยถามเสียงอ่อย
          “ไม่หรอก พวกเขาเข้าใจดีว่าเสือน้อยไม่อยากทิ้งเจ้าลิง  เลยต้องตกรถ แต่เสือน้อยก็รักษาคำพูด  อุตส่าห์เดินกลับบ้านทั้งที่ระยะทางก็ไกลซะขนาดนี้ เสือน้อยไม่ได้ตั้งใจจะมาไม่ทันรถ  อย่างนี้ใครจะโกรธลงล่ะ แต่สำหรับเจ้าลิงดื้อลูกของน้านั้น  เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”  พ่อลิงดูท่าทางขึงขังขึ้นในตอนท้าย
          “น้าลิงจะทำอะไรลิงน้อยหรือครับ”  เสือน้อยเป็นห่วงเพื่อน
          “รู้ไหมว่าแม่ของเจ้าลิงน่ะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทีเดียว บอกว่าจะไม่ยอมเชื่อคำพูดใดๆ  ของเจ้าลิงอีกแล้ว น้าว่านี่เป็นการทำโทษที่สาสมที่สุดสำหรับผู้ไม่รักษาคำพูดแล้วล่ะนะ”
เสือน้อยฟังคำตอบของพ่อลิงแล้วดีใจที่ตนเองรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับพ่อและแม่ เขาคงไม่มีความสุขถ้าต้องกลายเป็นผู้ที่ไม่มีใครเชื่อถือ เขาไม่อยากมีชีวิตแบบนั้น ความไว้ใจจากคนอื่นทำให้เสือน้อยรู้สึกว่าตนเองเป็นเด็กดีที่ใครๆ  ก็ต้องการ และยังสร้างความภาคภูมิใจให้พ่อกับแม่อีกด้วย
หลังกลับจากทะเลวันนั้น เสือน้อยก็ไม่ค่อยได้พบหน้าค่าตาของเจ้าลิงเพื่อนรักสักเท่าไร ถ้าอยากเล่นกันเสือน้อยก็ต้องไปหาเจ้าลิงที่บ้าน  แต่ก็ชวนออกมาเล่นนอกบ้านไม่ได้ เพราะแม่ของเจ้าลิงยังโกรธเจ้าลิงมากอยู่ เธอสั่งกักบริเวณลูกชายจอมซนให้อยู่แต่ในบ้านตลอดเทอม ห้าแม้แม่ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง เสือน้อยรู้ว่าเจ้าลิงที่ชอบวิ่งเล่นเป็นชีวิตจิตใจต้องทุกข์ทรมานเพียงไรเมื่อตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้  เพราะเจ้าลิงได้ผิดคำพูดจนทำให้แม่ของเขาเกิดความระแวง และไม่เชื่อคำพูดของลูกชายตนเองอีกต่อไป


...............เธอทั้งหลาย................
การรักษาคำพูดนั้นสำคัญมาก เพราะคนรอบข้างมักจะตีค่าเราด้วยสิ่งนี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้ที่เธอต้องทำงานร่วมกับเขา  หากเธอเป็นคนพูดส่งเดช  ละทิ้งคำพูด และไม่รักษาคุณค่าของเรื่องที่ตนพูดออกมาแล้ว ใครจะอยากเสี่ยงมาร่วมงานกับคนดีแต่พูดอย่างเธอกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นลูกน้องของใครสักคนหนึ่ง เจ้านายของเธอคงไม่อยากมอบหมายงานชิ้นสำคัญให้เธอทำเท่าไรนักหรอก เพราะแม้เธอจะรับคำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า  ”ฉันทำได้”  แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นอนาคตของงานชิ้นนี้อยู่ดี สุดท้ายเขาจึงไม่ให้เธอแตะต้องงานดังกล่าว แล้วเธอก็หมดโอกาสก้าวหน้าไปอีกขั้น...น่าเจ็บปวดไหม
คิดดีๆ ก่อนจะหลุดคำมั่นใดๆ  ออกไป  และเมื่อพูดออกไปแล้ว เธอก็ต้องรักษาคำพูดนั้นไว้ให้จงได้ เพราะเมื่อไรที่เธอไม่รักษาคำพูดแม้เพียงหนึ่งครั้ง  สำหรับคนบางคน นั่นอาจเป็นความเชื่อใจเพียงครั้งเดียวที่เธอจะได้รับจากเขาทั้งชีวิต
                                  ..............จบเรื่องคำพูดของเสือน้อย...............

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top