8/07/2556

นิทานสีขาวเรื่อง คนโลภกับคนขี้อิจฉา

05:25

คนโลภกับคนขี้อิจฉา จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนโลภกับคนขี้อิจฉามาเจอกัน...
นานมาแล้ว มีชายสองคนเป็นเพื่อนกัน  คนหนึ่งมีความโลภเป็นนิสัย  ชื่อว่า  ‘พิศาล’  อีกคนหนึ่งมีความอิจฉาเป็นนิสัย  ชื่อว่า  ‘ถวิล’
พิศาลกับถวิลนั้น  คบหากันเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว แต่จัดอยู่ในประเภทเพื่อนกินมากกว่าเพื่อนตาย เพราะทั้งสองไม่เคยมีความจริงใจมอบให้แก่กัน แต่ยังคงคบกันอยู่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ก็เพราะไม่มีใครอื่นอยากเข้ามาคบหาสมาคมด้วย
วันหนึ่ง พิศาลได้ข่าวว่า  ตรงศาลพระภูมิท้ายหมู่บ้าน มีเทวดาองค์หนึ่งมาสิงสถิตให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านที่เดือดร้อน ความโลภที่เป็นนิสัยพื้นเพของพิศาลได้สั่งให้เขาเร่งรีบเดินไปท้ายหมู่บ้าน เพื่อขอพรจากเทวดาให้ตัวเองมั่งมีเงินทองมากกว่าผู้ใด
เมื่อไปถึงศาลพระภูมิท้ายหมู่บ้าน พิศาลก้มลงกราบไหว้ศาลพระภูมิเป็นการใหญ่ พร้อมกับอ้อนวอนขอให้เทวดาที่สิงสถิตอยู่รับฟังคำของของเขา
ฝ่ายเทวดานั้น เมื่อเห็นพิศลาก็หยั่งรู้ด้วยญาณวิเศษทันทีว่า  มนุษย์ผู้นี้เป็นคนโลภ ไร้ซึ่งคุณธรรม  และไม่สมควรได้รับการช่วยเหลือจากตน แต่เพราะเห็นว่าพิศาลเฝ้าอ้อนวอนอยู่นั้นแล้ว เทวดาจึงยอมปรากฏกายขึ้นเพื่อพูดคุยด้วย
          “ว่าอย่างไรเจ้า”  เทวดาทักทายพิศาล
พิศาลเห็นเทวดาปรากฏออกมาทักทายก็ดีใจมาก รีบละล่ำละลักพูดกับเทวดาว่า
          “ท่านเทวดาผู้ยิ่งใหญ่ ข้าได้ทราบข่าวมาว่าท่านเป็นเทวดาที่มีความเมตตานัก ท่านให้ความช่วยเหลือชาวบ้านพ้นความเดือดร้อนมาแล้วมากมาย ดังนั้นข้าจึงอยากขอความช่วยเหลือจากท่านบ้าง”
          “ที่ว่าได้ช่วยเหลือคนนั้น เห็นจะไม่ผิด  แต่ข้ามิได้ช่วยเหลือทุกคนที่มาขอดอกนะเจ้า ข้าช่วยให้คนยากจนมีเงินทองพ้นจากความเดือดร้อนหากเขาขยันขันแข็งทำมาหากินมากพอ ข้าให้พรแก่มานพหนุ่มหากเขาพากเพียรใฝ่รู้เป็นนิสัย ข้าช่วยหญิงมีบุตรยากตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น แต่นางต้องเป็นผู้ที่ทำกรรมดีมาก่อนเป็นเวลานานแล้ว ข้าช่วยทุกคนที่เป็นคนดีมีคุณธรรม  มักทำคุณประโยชน์แก่ผู้อื่น เพราะบุคคลเหล่านี้คือผู้ที่ข้ามั่นใจว่า  เมื่อให้พรแก่พวกเขาไปแล้ว พรของข้าจะไม่มีวันสูญเปล่าและก่อให้เกิดประโยชน์สุขเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นๆ  ด้วย”  เทวดากล่าวให้พิศาลได้รู้ตัวเป็นนัยๆ  แต่พิศาลไม่รู้จักคำว่าคุณธรรม เขาเป็นคนขลาดและมีใจที่คิดอยากได้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่าเทวดาจะกล่าวอะไรออกมาก็ตาม เขาก็คิดว่าเขาคือผู้ที่เทวดาสมควรมอบสิ่งที่ร้องขอให้ เพราะเขาอยากได้สิ่งเหล่านั้นมากมายเหลือเกิน
          “ข้าเป็นคนดีนะท่านเทวดา ข้าทำงานหนักเหมือนกัน  แต่ทำเท่าไรก็ไม่เห็นจะมีเงินมากมายเท่าคนอื่นเขาสักที”  พิศาลว่า
          “นั่นเป็นเพราะเจ้ายังพยายามไม่พอ”  เทวดาตอบ เพราะหยั่งรู้ด้วยญาณวิเศษอีกเช่นกันว่า พิศาลไม่ใช่คนที่ตั้งใจทำงานนัก
          “แต่ข้าอยากได้เงินทองมากกว่านี้ ได้โปรดเถิดท่านเทวดา  ข้าอยากได้เงินทองมากกว่าที่ข้ามีอยู่ในตอนนี้สักพันเท่า”  พิศาลยังคงอ้อนวอนขอพรเทวดาต่อไปโดยไม่ฟังอะไร
เทวดาคิดว่า ป่วยการที่จะสอนคนเขลาให้สำนึกได้ด้วยการพูดจาสั่งสอน ดังนั้นเทวดาจึงกล่าวแก่พิศาลว่า
          “ก็ได้  ข้าจะให้พรตามที่เจ้าขอ แต่เชื่อเถอะว่า เจ้าจะไม่มีวันมีความสุขจากทรัพย์สมบัติมากมายที่เจ้าต้องการดอก...กลับไปที่บ้านของเจ้าเถิด ข้าได้เนรมิตเงินทองมากมายให้เจ้าที่นั้นแล้ว”
กล่าวจบ ร่างของเทวดาก็หายลับเข้าไปในศาลพระภูมิ ส่วนพิศาลก็รีบวิ่งกลับบ้านเพื่อไปชมเงินทองมากมายเหล่านั้นทันที

เมื่อมาถึงบ้าน  พิศาลก็ต้องตกใจมาก เพราะถวิลมานั่งอยู่ในบ้านของเขาแล้ว อีกทั้งยังโกยเงินทองมากมายที่กองอยู่ในบ้านของเขาขึ้นมาเพ่งพินิจด้วยดวงตาที่มีความหมาย
          “วางเงินนั้นลงเถะเพื่อน เพราะทั้งหมดนั้นเป็นของข้า”  พิศาลติงถวิล พร้อมกับคว้าเอาเงินทองในเมือของเขามาใส่ไว้ในกองของมันตามเดิม
          “เจ้าไปเอาเงินมากมายก่ายกองนี้มาจากไหนกันเพื่อน จะว่าเป็นเงินที่ได้จากการทำงานก็เห็นจะไม่ใช่  เพราะเราทำงานด้วยกันมาตลอด ข้ามีเท่าไร  เจ้าควรจะมีเท่านั้นสิ  ถึงจะถูก”  ถวิลถามด้วยความสงสัย
          “เรื่องของข้าน่ะ”  พิศาลบอกปัดอย่างรำคาญ
          “ว่าไงนะ...เรื่องของเจ้าเรอะ...พูดอย่างนี้คงไม่ได้มีความหมายว่าเจ้าไปขโมยเงินของคนอื่นมาหรอกนะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น  ข้าคงต้องไปแจ้งให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านรู้เสียแล้วล่ะ”  ถวิลกล่าวอย่างคนเจ้าเล่ห์
          “ข้าไม่ได้ขโมยใครมาทั้งนั้น! นี่คือสิ่งที่ท่านเทวดาตรงศาลพระภูมิท้ายหมู่บ้านให้ข้ามา  ข้าขอของข้ามาเอง”  พิศาลรีบบอก
          “งั้นรึ...ไม่ได้ขโมยใครมาก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนทีหลังนะเพื่อน”  ถวิลว่าเสมือนหวังดี แต่ในใจนั้นลุกโชนด้วยเปลเพลิงแห่งความอิจฉา
ดังนั้น ถวิลจึงรีบลาพิศาลกลับบ้าน  โดยอ้างว่าปวดหัวอยากพักผ่อน แต่แท้จริงแล้วกลับเดินมุ่งตรงไปยังศาลพระภูมิท้ายหมู่บ้านทันที
          “ท่านเทวดา”  ถวิลยกมือไหว้หน้าศาลพระภูมิ  “ข้าเป็นเพื่อนกับพิศาล คนที่ท่านมอบเงินทองมากมายแก่เขา”
ฝ่ายเทวดานั้น นั่งฟังคำถวิลอยู่ในศาลพระภูมิก็รู้สึกขบขันเหลือประมาณ
          ‘เออแนะ...สวรรค์ช่างจับคนโลภกับคนขี้อิจฉามาเป็นคู่กันได้ เป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีแท้  เสมือนผีเน่ากับโลงผุก็ไม่ปาน เห็นทีว่าเราคงต้องให้บทเรียนสักอย่างกับเจ้าสองคนเสียแล้ว’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เทวดาก็ส่งเสียงออกไปกล่าวแก่ถวิลว่า
          “เราคือเทวดา เราจะให้สิ่งที่เจ้าต้องการ  จงขอเรามา”
          “ท่านเทวดา ข้าเป็นเพื่อนกับพิศาลมาช้านาน  เมื่อเขาได้อะไร ข้าก็สมควรได้ในสิ่งเดียวกันนั้นด้วย  แต่ไม่ล่ะ...ข้าเชื่อว่า เขาจะมาขอท่านเรื่อยๆ  เพราะฉะนั้น  หากพิศาลขอสิ่งใด ข้าขอของสิ่งนั้นมากกว่าอีกเท่าตัวหนึ่ง”  ถวิลร้องขอ
          “ย่อมได้ ข้าจะให้ตามที่เจ้าขอ  แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้า นั่นก็เป็นเพราะความโลภและความขี้อิจฉาของพวกเจ้าเอง...จำเอาไว้ให้ดี”  เทวดากล่าวเตือน
          “สิ่งที่ข้าจะได้ ก็มีแต่เพียงความร่ำรวยมั่งคั่งเท่านั้นแหละท่าน ที่สำคัญข้ายังมีมากกว่าเพื่อนของข้าอีกด้วย  สำหรับข้าแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญนักแล”  ถวิลพูดอย่างกระหยิ่มใจ ก่อนจะกราบเทวดาแล้วเดินกลับบ้านไป เทวดามองตามถวิลแล้วยิ้มอย่างสมเพชเวทนาเล็กน้อย
วันรุ่งขึ้น พิศาลก็มาหาเทวดาแล้วกล่าวขอทรัพย์สมบัติอย่างอื่นอีก
          “เจ้าถวิลคนถ่อย! มันขี้อิจฉานัก  เห็นว่าข้ามีแล้วอยากจะได้บ้าง  ซ้ำยังขอมากกว่าข้าเสียอีก ดีล่ะท่านเทวดา  ครั้งนี้ขอบ้านหลังใหญ่ๆ ให้ข้าสักหลังนะท่าน”
          “ได้สิ”  เทวดาว่า  “บ้านหลังใหญ่รอเจ้าอยู่แล้ว”
ไม่นานนัก พิศาลก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเทวดาอีก
          “เจ้าถวิลมันได้บ้านหลังใหญ่กว่าข้าอีกแน่ะ ดีล่ะ  ครั้งนี้ข้าขอข้าทาสบริวารมากมายมาไว้ใช้สอยนะ ท่านเทวดา”
          “ได้สิ ข้าบริวารมากมายรอเจ้าอยู่แล้ว”
สักพัก พิศาลก็มาหาเทวดาอีก
          “ขอที่ดินกว้างสุดลูกหูลูกตาให้ข้าด้วยเถิด ท่านเทวดา ข้าจะเอาไว้เสริมบารมี”
หลังจากนั้นพิศาลก็มาหาเทวดา เพื่อขอทรัพย์สมบัติอีกเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักพอ...
แต่ไม่ว่าพิศาลจะขออะไร ถวิลผู้เป็นเพื่อนก็จะได้มากกว่าเป็นสองเท่า ทำให้พิศาลรู้สึกโมโหและหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก วิธีเดียวที่จะช่วยดับความรู้สึกนี้คือการไปขอทรัพย์สมบัติเพิ่มจากเทวดา  ดังนั้น พิศาลจึงรีบไปหาเทวดายังศาลพระภูมิท้ายหมู่บ้านทันที แต่เมื่อไปถึงก็พบถวิลนั่งกราบไหว้เทวดาอยู่ในที่นั้นแล้ว
          “จะมาขออะไรจากท่านเทวดาอีกล่ะเพื่อน”  ถวิลร้องทักพิศาลด้วยรอยยิ้มที่ไร้ความจริงใจเป็นที่สุด
          “แกอยากจะรู้ไปทำไมเล่า หรือจะได้ขอตามข้าด้วยอย่างนั้นรึ”  พิศาลโต้ตอบอย่างหัวเสีย
          “อ๋อ...”  ถวิลลากเสียงยาว  “ข้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าเพื่อนขออะไร  เพราะถ้าเพื่อนขออะไร ข้าก็จะได้สิ่งนั้นมากกว่าเพื่อนเป็นสองเท่าเสมอล่ะ”
          “ตลอดมาเมื่อข้ามีอะไร เจ้าก็จะไปสรรหาสิ่งที่ดีกว่าและมีมากกว่ามาไว้ที่ตัวเองเสมอ เจ้ามันเป็นคนขี้อิจฉา!  เห็นคนอื่นมีแล้วทนไม่ได้  ต้องมีอย่างเขาด้วย!”  พิศาลต่อว่าเพื่อนอย่างรุนแรง
          “อย่าว่าแต่คนอื่นเขาเลย เพราะเจ้าเป็นคนไม่รู้จักพอ  ละโมบโลภมากอยากได้นั้นได้นี่ไม่มีที่สิ้นสุด  ใช่! ข้าอิจฉาเจ้า  ก็แล้วทำไม อย่างไรข้าก็จะต้องได้ในทุกสิ่งที่มากกว่าเจ้าเสมอไปนั่นแหละ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า”
พิศาลฟังถวิลหัวเราะเยาะตนแล้วรู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างมาก เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า  โดยไม่ทันได้คิดอะไรให้ดีเสียก่อน พิศาลร้องขอเทวดาออกไปว่า
          “ท่านเทวดา  ข้าขอให้ดวงตาของข้า เหลืออยู่เพียงข้างเดียวเท่านั้น”
เทวดาให้พรนั้นตามความปรารถนาทันที
ดังนั้น พิศาลคนละโมบจึงเสียดวงตาของเขาไปหนึ่งข้าง ส่วนถวิลคนขี้อิจฉาก็สูญเสียดวงตาของตนไปทั้งคู่
          “ข้าบอกเจ้าแล้ว การได้อะไรมาโดยไม่ชอบนั้น  มักนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเสมอ”  เทวดากล่าว พร้อมกับหายตัวกลับสวรรค์โดยไม่ลงมายังโลกมนุษย์อีกเลย
ส่วนพิศาลและถวิลนั้น ได้ใช้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ได้รับจากเทวดา มารักษาดวงตาที่มืดบอดและอำนวยความสะดวกให้แก่ชีวิตที่ไร้ดวงตาของตนไปจนหมดสิ้น สุดท้าย  พวกเขาก็สิ้นเนื้อประดาตัว กลายเป็นคนพิการที่มีชีวิตลำบากลำบนไปจนสิ้นอายุขัย
..................เธอทั้งหลาย.......................
เห็นจะไม่ผิดนักหรอกถ้าจะบอกว่า ความโลภและความอิจฉานั้น  เป็นเพื่อนรักกันมากทีเดียว เพราะเมื่อความโลภและความอิจฉามาเกี่ยวข้องใกล้ชิดกันแล้ว ต่างก็รังแต่จะชักนำกันไปสู่ความหายนะอย่างสนุกสนาน  ความโลภไม่เกี่ยงงอนความอิจฉา และความอิจฉาจะไม่มีวันปฏิเสธความโลภ ทั้งสองเป็นหายนะแห่งชีวิตมนุษย์ที่คอยเกื้อหนุนกันอยู่เสมอ
ความรู้จักพอนั้นสำคัญมากทีเดียวเธอเอ๋ย เพราะความพอใจจะเป็นเสมือนเกราะแก้วคุ้มครองเธอ ให้พ้นจากภัยแห่งความโลภและความอิจฉา  หากเธอมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่าง และเธอก็พยายามจนถึงที่สุดแล้ว  ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เธอก็ควรพอใจในผลที่ออกมานั้น  แล้วครั้งต่อไป  เธออาจจะพยายามทำให้ดีขึ้นอีกได้ แต่ไม่ต้องพยายามจนทำลายความรู้จักพอในตนเอง แล้วเปิดโอกาสให้ความโลภรวมทั้งความอิจฉา เข้ามายึดครองหัวใจที่บริสุทธิ์ของเธอได้
หากเธอมีไม่มากเท่าคนอื่น แต่เธอรู้สึกว่า  ชีวิตตนเองก็มีความสุขที่สุดแล้ว  เธอจะอยากมีไปทำไมอีกเล่า ถ้าเธอมีมากเท่าคนอื่น  แต่ต้องสูญเสียความสุขทั้งชีวิตไป  เธอจะยอมแลกกับมันจริงๆ หรือ
                         ...................จบเรื่องคนโลภกับคนขี้อิจฉา.....................

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top