6/15/2556

นิทานสีขาว : ความกลัวของอภัย

00:59

ความกลัวของอภัย

 

อภัยอาศัยอยู่กับปู่ชราในกระต๊อบท้ายหมู่บ้าน เขาเป็นเด็กชายที่มีความกตัญญูกตเวทีมาก  ทุกๆ วันอภัยจะเข้าไปในตลาดเพื่อของานจากพ่อค้าและแม่ค้าทำ แล้วนำเงินค้าจ้างที่ได้ไปซื้อข้าวมาให้ปู่กิน พวกพ่อค้าแม่ค้าเห็นว่าอภัยเป็นเด็กดีจึงมักหางานให้ทำอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเด็กดีจนชาวบ้านพากันเอ็นดู  แต่อภัยก็เป็นเด็กที่ขี้กลัวมาก เขาจะรีบทำงานที่ตลาดให้เสร็จโดยเร็วแล้วจึงกลับมาถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน จากนั้นก็จะไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลยเพราะหวาดกลัวความมืดในยามค่ำคืน
          “เจ้าเป็นลูกผู้ชายนะ อภัย  ไม่มีลูกผู้ชายคนไหนหรอกที่หวาดกลัวความมืด”  ปู่ของอภัยพูดเรื่องความกลัวของหลานชายขึ้นในวันหนึ่ง
          “แต่ความมืดนั่นน่ะทำให้เรามองอะไรไม่เห็นเลยนะปู่”  อภัยบอก
          “อภัยเอ๊ย...ตอนค่ำกับตอนกลางวันแท้จริงแล้วก็ใช่ว่าจะต่างกันนักหรอก เพียงแต่ในเวลาค่ำไม่มีแสงสว่างให้เจ้ามองเห็นดังเช่นตอนกลางวัน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมนั่นล่ะ”  ปู่ของอภัยพยายามพูดให้หลานชายหายกลัวความมืด แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะอภัยตอบกลับมาว่า
          “ก็หลานกลัวนี่”
ปู่ของอภัยจึงไม่พูดอะไรอีก
วันหนึ่งในฤดูหนาว ปู่ของอภัยป่วยหนักด้วยโรคทางเดินหายใจและปวดข้อกระดูก อภัยจึงไม่ได้นอนเลยทั้งคืนเพราะต้องคอยปรนนิบัติบีบนวดปู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหน่ายแต่อย่างใด  อภัยเต็มใจที่จะทำ เขาสงสารปู่มากเวลาที่เห็นปู่ต้องทรมานด้วยโรคปวดข้อ
          ‘ถ้าเรามีเงินมากๆ ก็ดีสิ  เราจะได้เอาเงินไปซื้อเสื้อหนาวหนาๆ  ดีๆ  มาให้ปู่ใส่ แล้วก็จะได้พาปู่ไปหาหมอกระดูกมือหนึ่งที่หมู่บ้านใกล้เคียงด้วย’
อภัยได้แต่นั่งคิดอย่างเคร่งเครียด เขาไม่รู้ว่าจะหาเงินจำนวนนั้นมาจากไหน  หมู่บ้านของอภัยไม่ได้ทอผ้าเอง เสื้อหนาวเนื้อดีหนาๆ  ต้องสั่งมาจากหมู่บ้านอื่นที่ไกลออกไป  ราคาจึงแพงมาก ค่ารักษาพยาบาลก็เหมือนกัน  คงต้องใช้เงินไม่น้อย กว่าจะทำให้ปู่หายดีและแข็งแรงขึ้น
แม้ขณะกำลังทำงานอยู่ในตลาด อภัยก็ยังคงเฝ้าคิดวนเวียนถึงเรื่องนี้อย่างเคร่งเครียด จนกระทั่งสังเกตเห็นว่ามีใครคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้า
อภัยค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเห็นชายชราหนวดยาวเฟื้อย  แต่ท่าทางใจดี  แต่งกายด้วยชุดขาวทั้งชุด กำลังจ้องมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์  อภัยจึงถามชายชราอย่างเก้อๆ ว่า
          “ตามีอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
          “ก็พอมีบ้างหรอก”  ชายชราชุดขาวตอบเย้าอย่างอารมณ์ดี  “ได้ยินมาว่าเจ้าอยากได้เงินมากๆ เพื่อเอาไปซื้อเสื้อหนาวเนื้อหนา และพาปู่ของเจ้าไปหาหมอมือหนึ่งอย่างนั้นเรอะ”
          “เอ้อ...ครับ”  อภัยตอบด้วยความรู้สึกระแวงแคลงใจ  เขาไม่เคยบอกใครเกี่ยวกับความคิดนี้ และที่สำคัญคือ อภัยจำไม่ได้เลยว่ามีคนแก่หน้าตาแบบนี้อยู่ในหมู่บ้านของเขาด้วย
          “อย่าคิดอะไรมากเลยนะ เห็นว่าเจ้าเป็นเด็กดี  ข้าเลยแค่อยากจะช่วย”  ชายชราชุดขาวออกตัวเสมือนล่วงรู้ความคิดของเด็กชาย จนทำให้เด็กชายสะดุ้งเฮือก
          “ข้ามีงานให้เจ้าทำ  ถ้าทำสำเร็จ เจ้าจะได้ทรัพย์สมบัติก้อนใหญ่เอาไปรักษาปู่ของเจ้า”
            “งานอะไรครับตา”  อภัยรีบถาม เขาดีใจมากจนทิ้งความหวาดระแวงในตัวชายชราชุดขาวไปชั่วขณะ
          “งานง่ายๆ แต่ไม่รู้จะยากเกินไปสำหรับเจ้าไหมนะ”  ชายชราชุดขาวพูดหยั่งเชิง
          “ไม่ครับตา  งานอะไรก็ได้ ผมทำได้ทั้งหมดเลย”  อภัยรีบตอบ
          “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว..แบมือเจ้ามาสิ”  ชายชราชุดขาวว่าแล้วหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตนเอง พร้อมกับยื่นส่งให้อภัย  อภัยแบมือรับและเมื่อมองลงไปก็เห็นเพียงเมล็ดพืชแข็งๆ ดำๆ  สองสามเมล็ดในฝ่ามือเท่านั้น
          “งานของเจ้าก็คือ นำเมล็ดพืชที่ข้าให้ไปปลูก...”
          “แค่นั้นเอง!”  อภัยร้อง  “ผมปลูกพืชได้งดงามมากเชียวครับ  เมล็ดพันธุ์ของตาก็เหมือนกัน ผมจะปลูกและดูแลมันอย่างดีเลยทีเดียว
          “ช่ายๆ  ...”  ชายชราชุดขาวทำเสียงล้อๆ  “ข้ารู้อยู่ว่าเจ้ามีดีด้านการเพาะเมล็ดพืช แต่เมล็ดพืชของข้านั้นไม่เหมือนกับเมล็ดพืชอื่นๆ  หรอกนะ มันจะออกดอกแค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่มีดอกอีกต่อไป  เพราะฉะนั้นต้องดูแลมันดีๆ ทำตามที่ข้าบอกอย่างเคร่งครัด คือ...เมล็ดพืชของข้าจะขึ้นได้ดีหากได้หว่านลงในดินตรงป่าช้าท้ายวัดในยามค่ำคืนที่มืดสนิท และจะเติบโตอย่างรวดเร็วหากได้รับการรดน้ำพรวนดินในเวลามืดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเจ้าไปดูแลมันในเวลากลางวัน มันจะเหี่ยวแห้งตายในทันที”
          “ว่าอย่างไรนะครับ! มีต้นไม้ประหลาดอย่างนั้นด้วยหรือ”  อภัยอุทานอย่างพิศวง
             “ยังมีอะไรๆ ในโลกนี้อีกมากมายที่อยู่เหนือเส้นบรรทัดของคำว่า  ‘เหตุผล’  และต้นไม้ของข้าก็เช่นกัน งานของเจ้าคือคือนำเมล็ดไปปลูกและดูแลมันให้เจริญงอกงามตามที่ข้าบอก หลังจากนั้นเมื่อมันออกดอกแล้ว จงเก็บดอกของมันมาให้ข้าแล้วข้าจะจ่ายค่าจ้างให้เจ้ามากเท่าที่เจ้าต้องการเลยทีเดียว...ว่าอย่างไร เจ้าทำได้หรือไม่”
            “ได้ครับตา  ผมทำได้”  อภัยรีบตอบเพราะอยากได้เงินไปรักษาปู่มากจนลืมไปว่าตนเองเป็นคนกลัวความมืด

เมื่ออาทิตย์ตกดิน  อภัยจึงออกเดินไปยังป่าช้าท้ายวัดทันที แต่เมื่อเดินมาได้สักพักและเห็นว่าทางข้างหน้ามืดทึบมากขึ้น อภัยก็เริ่มหวาดกลัวอย่างหนักจนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าและรวมตัวกันไหลย้อยลงมาเป็นสายเหมือนถูกใครเอาน้ำมารดบนศีรษะอย่างไรอย่างนั้น ส่วนขานั้นก็ก้าวไปไม่ค่อยออก  อภัยรู้สึกว่าแต่ละย่างก้าวของตนเองนั้น มีน้ำหนักมากเสมือนมีใครเอาก้อนเหล็กขนาดใหญ่มาถ่วงรั้งเอาไว้
อภัยนึกอยากหันหลังวิ่งกลับบ้านอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะมีเสียงร้องอันเจ็บปวดทรมานของปู่เข้ามาทำให้จิตในกล้าหาญขึ้น จนกระทั่งอภัยเดินไปถึงป่าช้าท้ายวัดจนได้  และเมื่อรู้อย่างนั้น อภัยก็รีบขุดดินเพาะเมล็ดสีดำของชายชราอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงวิ่งเร็วปร๋อกลับบ้านโดยไม่ยอมหันไปมองข้างหลังอีกเลย
วันที่หนึ่งผ่านไป ย่างเข้าวันที่สอง  อภัยมาพร้อมกับฝักบัวรดน้ำและส้อมพรวนดิน อาการหวาดกลัวทุกอย่างยังคงปรากฏเช่นเดิม  และอภัยก็เร่งทำงานให้เสร็จดังเดิม จากนั้นจึงวิ่งกลับบ้านอย่างไม่คิดชีวิตเพราะคิดว่ามีใครบางคนวิ่งตามมา  ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีสิ่งใดอยู่ด้านหลังเขาเลย
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้อยู่จนกระทั่งย่างเข้าคืนที่หก อภัยเริ่มชินกับความมืดและรู้สึกว่าความมืดไม่ได้น่าหวาดหวั่นอย่างที่คิด เขาไม่ได้ทิ้งความกลัวไปทั้งหมด  แต่ก็ไม่ได้มีมากเท่าแต่ก่อน ดังนั้นในวันที่หกนี้ อภัยจึงไปดูแลต้นไม้ของชายชราชุดขาวได้อย่างไม่ทุลักทุเลนัก
ปรากฏว่าวันนี้ต้นไม้มีบางอย่างแปลกไปจากที่เคย อภัยมองเห็นประกายวิบๆ  วับๆ  เล็ดลอดออกมาจากดอกไม้ที่กำลังตูม แสงนั้นสวยงามราวกับแสงอัญมณีล้ำค่า  อภัยรู้สึกตื่นเต้นเป็นกำลัง เขาไม่เคยพบเจอต้นไม้ชนิดนี้มาก่อน  และคิดว่าพรุ่งนี้ดอกไม้ทุกดอกที่กำลังตูมอยู่ คงคลี่กลีบบานออกอย่างงดงาม อภัยอยากรู้เสียจริงว่าดอกไม้เหล่านี้จะมีลักษณะเช่นใด
ดังนั้นในวันที่เจ็ด อภัยจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวที่จะไปหาต้นไม้ในความมืดอีก เพราะความอยากรู้อยากเห็นในวัยเด็กของเขาทำให้อภัยหมดความกังวล และรอคอยเวลาพลบค่ำเพื่อไปหาต้นไม้อย่างใจจดใจจ่อ
แล้วคืนนั้น อภัยก็ได้เห็นในสิ่งที่เกินกว่าจะเชื่อได้ ต้นไม้ของชายชราชุดขาวไม่ได้ออกดอกเหมือนต้นไม้ธรรมดาทั่วๆ  ไป เพราะสิ่งที่อภัยเห็นคือเพชรนิลจินดาจำนวนมากที่อยู่ด้านในตรงส่วนเกสรดอกไม้ เด็กชายลืมตัวมองสิ่งเหล่านี้ด้วยความตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นเมื่อเริ่มมีสติกลับคืนมา เขาก็รีบเก็บดอกเพชรนิลจินดาทั้งหมดลงในถุงที่เตรียมมาเพื่อนำไปให้ชายชราชุดขาวตามที่เขาได้สั่งไว้
เมื่ออภัยกลับถึงบ้าน เขาก็พบชายชราชุดขาวกำลังนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน อภัยจึงรีบวิ่งเข้าไปหาหน้าตาตื่นพร้อมกับละล่ำละลักบอกถึงสิ่งที่ตนพบเห็นแก่ชายชราชุดขาวว่า
           “รู้ไหมตา ต้นไม้ของตาน่ะเป็นต้นไม้วิเศษนะ  มันออกดอกเป็นของมีค่าล่ะ...ดูนี่สิ ข้าเก็บมันมาให้ตาแล้ว”  ชายชราชุดขาวรับถุงจากมืออภัยมาเปิดดูแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับพูดว่า
           “นั่นปะไร  ผลดีของความกล้า  เมื่อเจ้ากล้า เจ้าก็จะได้พบกับสิ่งที่เจ้าต้องการ...ต้นไม้ของข้านั้นมิได้ต้องการน้ำหรือการพรวนดินเพื่อให้ออกดอกหรอก แต่มันจะดูดซับพลังแห่งความกล้าจากคนที่ปลูกมัน แล้วแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังหล่อเลี้ยงชีวิตและบำรุงดอกให้เจริญงอกงาม  ดังนั้น หากเจ้ามีความกล้ามากขึ้นเท่าไร  ต้นไม้ก็จะเจริญเติบโตมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ในคืนหลังๆ  ซึ่งเจ้าแทบจะไม่เหลือความกลัวใดๆ  ในจิตใจอีกแล้ว ดอกของมันถึงได้ออกมางดงามถึงเพียงนี้”
พูดจบชายชราชุดขาวก็ส่งถุงเพชรนิลจินดาคืนอภัยแล้วกล่าวว่า
           “นี่คือผลจากความกล้าหาญของเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงเป็นเจ้าของมันโดยสมบูรณ์ จงเอามันไปใช้ให้เกิดประโยชน์เถิด”
ทันใดนั้นเอง ร่างของชายชราก็หายวับไป
ด้วยเหตุนี้ อภัยจึงมีเงินเพียงพอที่จะไปซื้อเสื้อหนาวเนื้อดี  มาให้ปู่ใส่คลายหนาว และพาปู่ไปรักษาตัวกับหมอกระดูกมือหนึ่งในหมู่บ้านใกล้เคียงได้ อีกทั้งยังใช้เงินที่เหลือลงทุนซื้อลูกไก่กับลูกหมูมาเลี้ยงอีกด้วย เมื่อเล่าเรื่องนี้ให้ปู่ฟัง ปู่ก็บอกกับอภัยว่า
“เพราะเจ้าเป็นเด็กที่มีจิตใจดีอยู่แล้ว เทวดาจึงอยากช่วยเจ้าให้เจ้ามีความกล้าเพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อย เจ้าจะได้ใช้ความกล้าของเจ้าช่วยเหลือผู้อื่นได้ในอนาคต”
แล้วอภัยเด็กขี้กลัว ก็เติบใหญ่เป็นอภัยคนกล้าที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี

เธอทั้งหลาย...
จงละทิ้งความกลัวและหมั่นเติมความกล้าหาญให้กับตนเองอยู่เสมอ ขอให้เธอเผชิญกับทุกสิ่งที่เข้ามาบั่นทอนความสุขในชีวิตของเธออย่างมุ่งมั่นแล้วความกล้าหาญนั้น จะนำเธอไปพบกับสิ่งดีๆ ที่เธอไขว่คว้าหามาตลอดชีวิต

นิทานสีขาว
จากเรื่องเล่าทุกเช้าที่โรงเรียนสัตยาไส โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top