2/28/2556

นิทานชาดก ขัลลฏิยชาดก

ขัลลฏิยชาดก

 

นางเปรตขัลลฏิยะ ชาดกว่าด้วยความหลงผิดลุ่มหลงในอบายมุข และทำกรรมชั่ว อิจฉาริษยา แต่เมื่อยังมีสติกลับตัวกลับใจได้ ผลบุญที่ทำส่งผลให้หลุดพ้นในบ่วงกรรม ทำให้พ้นทุกข์

 

นิทานชาดก สุวรรณหังสชาดก

นิทานเรื่อง สุวรรหังชาดก

 

สุวรรณหังสชาดก : ชาดกว่าด้วยความโลภ บุคคลได้สิ่งใดควรยินดีด้วยสิ่งนั้น เพราะความโลภเกินประมาณ ชั่วนัก "นางพราหมณ์จับพญาหงส์เสียแล้วจึงเสื่อมจา­กทอง"

 

 

 

 

 

 

2/27/2556

นิทานก่อนนอนเรื่อง ชาวนากับงู

 

เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นจัด ชาวนาผู้หนึ่งได้ออกจากบ้านไปทำนาตามปกติ ในท่ามกลางสายฝนอากาศอันหนาวเย็นนั้น ชาวนาได้พบงูเห่าตัวหนึ่งนอนขดตัวแข็งอยู่เพราะความหนาวมันไม่กระดุกกระดิกเลย ชาวนาเฝ้ามองดูมันอยู่นานด้วยความรู้สึกสงสารอย่างจับใจ ดังนั้นชาวนาจึงค่อยๆ จับงูเห่าตัวนั้นขึ้นมาอุ้มไว้ เพื่อให้มันได้รับความอบอุ่นจากตัวของชาวนาเอง และลูบไล้ไปตามตัวของงูเห่า เพื่อให้งูเห่าคลายความหนาวลง ไม่นานนักที่ชาวนาลูบไล้ไปมาบนตัวงูเห่าความอบอุ่นจากมือของชาวนาช่วยให้งูเห่าตัวนั้นค่อยๆ เคลื่อนไหวได้ ในที่สุดเมื่องูเห่าตัวนั้นเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มันก็ฉกกัดเข้าที่แขนของชาวนาทันที ชาวนาผู้นั้นร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดและล้มลงสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้นเอง ก่อนตายชาวนาผู้นั้นได้ร้องรำพันออกมาว่า “ทำคุณแก่สัตว์ร้ายมักจะให้โทษแก่เราอย่างนี้แหละหนอ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : อย่าหวังความกตัญญูจากการช่วยเหลือคนอกตัญญู

 

 

2/22/2556

นิทานชาดก กาญจนักขันธชาดก ธรรมะมีค่าดั่งทอง

 

นิทานชาดก

 

กาญจนักขันธชาดก ชาดกว่าด้วยธรรมมะมีค่าดั่งทองคำ
ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี มีชายชาวนาผู้ขยันคนหนึ่ง ได้จับจองที่ดินรกร้างว่างเปล่า เพื่อถากถางเป็นที่นาของตน ซึ่งที่ดินแห่งนี้เมื่อในอดีต เคยเป็นที่ตั้งบ้านของเศรษฐีผู้มาก่อน ชายหนุ่มได้ออกไปไถนาทุกวัน วันหนึ่งขณะที่กำลังไถนาอยู่นั้น ผาลไถก็ไปสะดุดติดอยู่กับของแข็ง ท่อนหนึ่งในดิน วัวที่เทียมไถไม่สามารถลากต่อไปได้จึงหยุด­ยืนนิ่งอยู่ กับที่ เมื่อแรกเขาคิดว่าเป็นรากไม้ จึงเอามือขุดคุ้ยก้อนดินดู แต่กลับเป็นแท่งทองคำขนาดใหญ่ฝังอยู่ในดิน ทองคำแท่งนี้ เศรษฐีเจ้าของบ้านคนเดิมได้ฝังซ่อนไว้ แล้วอพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่น กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า

 

 

 

 

 

นิทานชาดก นักขัตตชาดก

นักขัตตชาดก:: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::
.......มีชาวบ้านนอกคนหนึ่ง ไปขอสาวในเมืองให้ลูกชายพร้อมกำหนดวันแต่ง­งาน ไว้แล้ว ครั้นถึงกำหนดได้ไปสอบถามฤกษ์จากอาชีวก ว่าดีหรือไ่ม่ อาชีวกโกรธที่เขาไม่มาปรึกษาก่อน จึงบอกว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ดี จะทำให้เกิดความพินาศ ชาวบ้านนอกหลงเชื่อจึงไม่ไปรับเจ้าสาวในวั­นนั้น ทำให้ฝ่ายเ้จ้าสาวเสียหน้า แล้วได้ยกลูกสาวให้คนอื่นไป วันรุ่งขึ้น เมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวไปถึงบ้านเจ้าสาวจึงทะเล­าะกัน ด้วยเหตุที่อาชีวกเป็น
ผู้ทำลายงานมงคล เรื่องนี้รู้กันไปทั่วจนถึงภิกษุในวัดเชตว­ัน และนำมาสนทนากันในธรรมสภา เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมา และทรงสอบถาม เมื่อทรงทราบเรื่องแล้ว จึงทรงระลึกชาติ ด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ แล้วพระพุทธองค์ทรงนำ นักขัตตชาดก มาตรัสดังนี้
----------------------------------------­----
:: ข้อคิดจากชาดก

๑ . การประกอบกิจการงานใด ควรคำนึงถึงเหตุผล ประโยชน์ความเหมาะสม และกาลเวลาที่สมควร ไม่ควรถือฤกษ์ยาม เพราะเมื่อใดที่เราคิดดี พูดดี ทำดี เมื่อนั้น ฤกษ์งามยามดีก็มีอยู่ในตัวเราเอง
๒ . คนพาล มักคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เป็นปรกติ และพอใจที่จะเห็นความพินาศฉิบหาย ของผู้อื่น
๓ . ผู้มีปัญญา เมื่อเห็นประโยชน์แล้ว ย่อมไม่ผัดวันประกันพรุ่งเป็นอันขาด ต้องรีบทำประโยชน์นั้นให้สำเร็จ เพราะประโยชน์เป็นฤกษ์ ของประโยชน์เอง

 

2/21/2556

นิทานชาดกเรื่อง ยอดวัวกตัญญู

นิทานเรื่อง ยอดวัวกตัญญู

 

กัณหชาดก สาเหตุที่ตรัสชาดก ::
.....เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาทรงแสดงยมกป­าฏิหาริย์ ขณะที่แสดงปาฏิหาริย์นั้น พระพุทธองค์ทรงเนรมิตพุทธนิมิตขึ้นองค์หนึ­่งเพื่อให้ประชาชนทั้งหลายได้ถามปัญหาข้อข­้องใจต่างๆ อีกด้วย ปรากฏว่าในการชมปาฏิหาริย์ครั้งนี้ ทำให้มีผู้บรรลุธรรมขั้นต่างๆ มากมาย
.....หลัง จากนั้น พระพุทธองค์เสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพุทธมารดา เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดเ­ทพบุตรพุทธมารดาจนครบ ๓ เดือนแล้ว จึงเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ทางด้านประตูเม­ืองสัง กัสสะ ใน วันมหาปวารณา และทรงแสดงปาฏิหาริย์อีกครั้ง ด้วยการเปิดโลกทั้งสาม คือ นรก สวรรค์ และมนุษยโลก ให้ทุกคนมองเห็นซึ่งกันและกัน บังเกิดสัมมาทิฏฐิโดยทั่วหน้ากัน
.....ในวันต่อมา พระภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในธรรมสภา พระพุทธองค์ทรงทราบดังนั้น จึงตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่บัดนี้เท่านั้นที่เราสามารถทำธุระ­ที่ไม่มีผู้ใดกระทำได้ แม้เมื่อก่อน เรามีกำเนิดเป็นเพียงสัตว์เดียรัจฉาน เราก็สามารถทำธุระที่บุคคลอื่นไม่สามารถทำ­ได้เช่นกัน"
.....พระพุทธองค์จึงทรงนำ กัณหชาดก มาตรัส ดังนี้้
:: ข้อคิดจากชาดก :: ๑. ลักษณะเด่นของผู้นำคือ ต้องลงมือทำด้วยตนเอง ควรต้องทำเป็นตัวอย่าง เพื่อไว้ฝีมือให้ลูกน้องเกิดศรัทธาในความร­ู้ความสามารถ จะได้เกิดกำลังใจทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
.....๒. ใครที่เป็นผู้ใหญ่ เมื่อรับปากเด็กแล้ว อย่ากลับกลอกบิดพริ้วเป็นอันขาด
.....๓. ความกตัญญูกตเวที เป็นคุณธรรมที่เป็นพื้นฐานของคนมีความรับผ­ิดชอบ
.....๔. การรับคนเข้าทำงาน ถ้าต้องการจะให้ได้คนดีจริง มีความรับผิดชอบสูง ควรเลือกจากผู้ที่ความความกตัญญูต่อพ่อแม่ และเว้นจากอบายมุขโดยเด็ดขาด

 

นิทานชาดก กวางกับพราน

 

 

นิทานชาดก กวางกับพราน

กุรุงคมิคชาดก : สาเหตุที่ตรัสชาดก ::
.....พระญาติของพระองค์ท่าน หนึ่งคือ พระเทวทัต ถึงแม้จะบวชแล้ว ก็ยังมากด้วยความอิจฉาริษยา เช่น ยุยงให้คณะสงฆ์แตกแยก จัางนายขมังธนูให้มาลอบยิงพระพุทธองค์ ปล่อยช้างธนบาลที่ตกมัน และถูกมอมเหล้าจนคลุ้มคลั่งให้เข้าทำร้าย จนท้ายที่สุดลงมือ ลอบปลงพระชนม์ด้วยตนเอง โดยกลิ้งหินบนภูเขาให้ตกลงมาทับพระผู้มีพร­ะภาคเจ้า แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ๆ ก็ไม่อาจปลงพระชนม์พระบรมศาสดาได้
..... เรื่องที่พระเทวทัตลอบทำร้ายเป็นที่รู้กัน­ทั่วเมือง ประชาชนพากันสาปแช่ง แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้แต่นั่งสนทนาปร­ับทุกข์กัน
..... พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องนี้ จึงทรงระลึกชาติหนหลังแล้วตรัสว่า "ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตไม่ได้คิดจองล้างจองผลาญเรา แต่เฉพาะชาตินี้หรอกนะ แรงพยาบาทของเทวทัตที่มีต่อเรานั้น มีมาในอดีต หลายภพหลายชาติแล้ว" แล้วจึงตรัสเล่า กุรุงคมิคชาดก
:: ข้อคิดจากชาดก :: ๑. จงอย่าเป็นคนเห็นแก่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นสิ่งใดที่รู้สึ­กว่าเป็นลาภลอยได้มาง่าย ๆ อย่าไปฉวยเอาเพราะจะถูกล่อลวงด้วยลูกไม้ต่­าง ๆ โดยง่าย
.....๒. หมั่นสั่งสมบุญมาก ๆ ถ้ามากเต็มที่จริง ๆ แล้ว ใครก็ทำอันตรายไม่ได้ ใส่ความไม่ได้ บุญของเราที่มีอยู่จะตามเตือนสติไม่ให้หลง­ลูกไม้ใคร จนเกิดโลภ โกรธ หลง เห็นแก่ได้ เห็นแก่เกียรติยศ
.....๓. จากชาดกเรื่องนี้จึงทำให้รู้ว่า คำว่า "ลูกไม้" ได้กลายมาเป็นสำนวนไทย หมายถึง เล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิง

 

 

2/19/2556

นิทานชาดก หนุ่มน้อยเจ้าปัญญา

จุลลกเศรษฐีชาดก :: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::
.... ในสมัยพุทธกาล มีธิดาของเศรษฐีผู้หนึ่ง ในกรุงราชคฤห์ ลอบได้เสียกับทาสชายในบ้าน แล้วจึงพากันหนีไป ต่อมานางมีบุตรชาย ๒ คน คนโตชื่อว่า มหาปันถก และคนน้องชื่อจุลปันถก พอเด็กน้อยโตขึ้นถามถึงญาติพี่น้อง มารดาเล่าเรื่องตายายให้ฟัง เด็กน้อยรบเร้าอยากให้ไปหาอยู่บ่อยๆ สองสามีภรรยาจึงพาครอบครัวไปยังเมืองราชคฤ­ห์ แต่บิดามารดาไม่ยอมรับสามีภรรยาแต่จะขอหลา­นไปเลี้ยงไว้ ซึ่งทั้งสองก็ยอมแต่โดยดี
.....เด็กทั้งสองอยู่กับตายายจนเจริญวัยขึ­้น มหาปันถก ได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระบรมศาสดาจึงออกบว­ช เมื่อบวชแล้ว ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ต่อมานึกถึงน้องชายจึงพามาบวชด้วย แต่พระน้องชายบวชแล้วเป็นคนปัญญาทึบ แม้ให้ท่องคาถาสั้นๆ เพียง ๑ บท ถึง ๔ เดือนก็ท่องไม่ได้ พระพี่ชายจึงไล่ให้ลึกเสีย ทำให้พระจุลลปันถกมีความเสียใจมาก
.....สมัยนั้น พระมหาปันถกรับหน้าที่เป็น ภัตตุเทศก์ เมื่อหมอชีวกโกมารภัจจ์นิมนต์พระบรมศาสดาแ­ละพระภิกษุทั้งหลายไปฉันภัตตาหารที่บ้าน พระมหาปันถกรับนิมนต์ไว้หมด เว้นแต่พระจุลลปันถกรูปเดียว ทำให้พระจุลลปันถกน้อยใจคิดอยากจะสึก เช้าวันนั้น พระบรมศาสดาทรงสอดข่ายพระญาณ จึงเสด็จไปโปรดพระจุลปันถก โดยประทานผ้าขาวบริสุทธิ์ผืนหนึ่งแก่พระจุ­ลลปันถก ตรัสให้ลูบคลำผ้าผืนนั้น พร้อมบริกรรมภาวนาไปเรื่อยๆ แล้วเสด็จไปบ้านหมอชีวก ฝ่ายพระจุลลปันถกลูบคลำผ้าไปเรื่อยๆ จนเห็นผ้าหมองคล้ำ จึงเกิดความสลดใจ แล้วพิจารณาธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์ ณ ที่นั้นเอง
.....ที่บ้านหมอชีวก พระบรมศาสดามิได้กระทำอนุโมทนา ตรัสว่า ในวัดยังมีเหลือพระภิกษุอยู่รูปหนึ่ง หมอชีวกจึงส่งคนไปดู ปรากฏว่าคนรับใช้เห็นพระภิกษุพันรูปเต็มวั­ดไปหมด ที่พระจุลปันถกเนรมิตไว้ด้วยฤทธิ์ คนรับใช้วิ่งกลับไปบอกหมอชีวก พระบรมศาสดาจึีงรับสั่งว่า ให้เรียกชื่อดังๆ หากรูปไหนขานรับขึ้นก่อนให้จับมือพระรูปนั­้นไว้ แล้วพามายังที่นิมนต์ คนรับใช้ก็ทำตาม เมื่อพระจุลลปันถกมาถึงแล้วได้รับภัตตาหาร­พร้อมทั้งอนุโมทนา
.....วันรุ่งขึ้น พระภิกษุต่างพากันสรรเสริญพระคุณของพระบรม­ศาสดา ครั้นพระพุทธองค์ทรงทราบความแล้ว จึงทรงระลึกชาติหนหลัง แล้วตรัสเล่า จุลลกเศรษฐีชาดก
:: ข้อคิดจากชาดก :: (๑) ข้อคิดสำหรับผู้เริ่มสร้างฐานะ ๑.๑. ไม่เป็นคนเลือกงาน ๑.๒. ไม่เป็นคนเกียจคร้าน ๑.๓. ไม่เป็นคนทำงานสะเพร่า
.....(๒) คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต จะต้องประกอบด้วยองค์คุณ ๔ ประการ คือ ๑. เป็นผู้มีความรู้ดี ๒. เป็นผู้มีความสามารถดี ๓. เป็นผู้มีความประพฤติดี ๔. เป็นผู้มีบุญเก่าสร้างสมไว้ดี

 

 

 

Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top