12/25/2555

นิทานเรื่องแพะกับสุนัขจิ้งจอก

เเพะตัวหนึ่งเดินมาที่บ่อน้ำ เมื่อชะโงกหน้าลงไปก็เห็น สุนัขจิ้งจอก ตัวหนึ่งอยู่ในบ่อ จึงเอ่ยถามว่า

 

นิทานเรื่องแพะกับสุนัขจิ้งจอก

 

 

“เพื่อนเอ๋ย บ่อนี้ลึกมากหรือไม่”

สุนัขจิ้งจอกซึ่งพลัดตกลงมาในบ่อเเล้วหาทางขึ้นไปไม่ได้ จึงโป้ปดออกไปด้วยความเจ้าเล่ห์ว่า

“ไม่ลึกเลยเพื่อนเอ๋ย น้ำในบ่อนี้ก็ใสเเละเย็นชื่นใจดีจริงๆ เจ้าลงมากินเถิด”

เเพะไม่ทันคิดให้รอบคอบก็รีบกระโดดลงไปในบ่อทันที

สุนัขจิ้งจอกจึงเหยียบเขาเเพะเเล้วปีนขึ้นมาที่ปากบ่อได้สำเร็จ เเล้วก็หันมาหัวเราะเยาะในความโง่เขลาเบาปัญญาของเเพะ ก่อนจากไป

 

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การทำสิ่งใดควรเชื่อความคิดเเละสายตาของตนเอง ดีกว่าเชื่อคนอื่น

12/24/2555

นิทานเรื่อง ม้ากับหมา

นิทานเรื่อง ม้ากับหมา

 

 

 

หมาป่าเดินมาพบม้าที่กลางทางจึงเอ่ยขึ้นว่า

“พี่ม้าเอ๋ย ข้าเพิ่งผ่านไร่ข้าวโอ๊ตมาเมื่อครู่นี้ เห็๋นข้าวโอ๊ตออก รวงงาม น่ากินเป็นยิ่งนัก เเต่ข้าไม่ได้กินมันสักคำเพราะคิดจะ เก็บไว้ให้ท่านกิน ท่านมากินข้าสิ ข้าจะพาไป”

ม้าได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ เเล้วว่า

“ข้าขอบใจนะ ที่เจ้าบอกเรื่องไร่ข้าวโอ๊ต เเต่ข้าไม่ได้ขอบใจ ที่เจ้าไม่กินข้าวโอ๊ต เพราะข้ารู้ดีว่าข้าวโอ๊ต ไม่ใช่อาหาร ของหมาป่าอย่างเจ้า”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

หากให้ด้วยความไม่จริงใจ ไม่ทำให้ผู้รับเกิดความซาบซึ้ง

นิทานเรื่อง ม้าพยาบาท

 

 

Horse-clipart-1

 

 

ขณะที่ม้ากำลังกินน้ำอย่างหิวกระหายที่ริมลำธารเเห่งหนึ่ง หมูป่าก็เดินลุยลงไปในลำธารจนน้ำขุ่นกินไม่ได้ม้าโมโหหนักจึงต่อว่าหมูป่าว่าลงมาย่ำน้ำทำไม

“ก็ฉันหิวน้ำเหมือนกันนี่”

หมูป่าตอบอย่างซื่อๆ เเต่ม้านั้นยังโกรธเเค้นไม่หาย จึง ต่อว่า ต่อขานหมูป่าไม่เลิก ในขณะที่หมูป่าก็โต้เถียง ไม่ลดละ

ม้าจึงไปหานายพรานคนหนึ่ง เเละขอให้นายพรานมาฆ่า หมูป่าเสียให้ตาย

นายพรานจึงเอาบังเหียนใส่ปากเเล้วขึ้นนั่งบนหลังม้าควบ ไปยังลำธาร เเล้วก็พุ่งหอกใส่หมูป่าอย่างง่ายดาย

เมื่อเสร็จธุระเเล้วพรานป่าก็บังคับให้ม้าคอยรับใช้ตน ตลอดไป เพราะการล่าสัตว์บนหลังม้านั้นสะดวกสบายดี เเละม้าก็มิอาจปฏิเสธ ได้เพราะถูกล่ามปากด้วยบังเหียน เเล้ว

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รุ้ว่า

ถ้าไม่ผูก พยาบาทชีวิตก็จะสุขสงบ

12/22/2555

นิทานเรื่อง ขนุนผู้ต่ำต้อย

หมู่บ้านทองดี เป็นหมู่บ้านที่มีเศรษฐีทองคำเป็นผู้ปกครอง
แม้เศรษฐีทองคำจะเป็นคนร่ำรวยแต่ก็ไม่เคยเอาเปรียบชาวบ้าน
กลับใช้คุณธรรมและเงินทองของตนทำนุบำรุงหมู่บ้าน
และดูแลความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้อยู่กินดีเสมอ
ชาวบ้านจึงเคารพรักใคร่เศรษฐีทองคำมาก

 

 

 


เศรษฐีทองคำมีลูกสาวแสนสวยคนหนึ่ง ชื่อว่า ดอกแก้ว
ดอกแก้วเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มฐานะดีทั้งในและนอกหมู่บ้านหลายคน
แต่ตัวเธอนั้นยังไม่สมัครใจรักใคร่กับชายใด
ซึ่งเศรษฐีทองคำก็เห็นด้วยที่ลูกสาวไม่รีบร้อนออกเรือน
เพราะหมายมั่นว่าเมื่อถึงเวลาสมควรแล้ว
จะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตน
รวมถึงตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ให้ตกเป็นของลูกเขยในอนาคตด้วย
ดังนั้นเศรษฐีทองคำจึงอยากใช้เวลาเลือกเฟ้นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
ในการเป็นทั้งหัวหน้าหมูบ้าน และผู้ที่จะมาดูแลทรัพย์สินของตนเอง
ให้เกิดประโยชน์แก่หมู่บ้านได้ในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นในวันหนึ่ง เศรษฐีทองคำจึงให้คนไปป่าวประกาศทั่วหมู่บ้าน
และเลยไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียงว่า
“มีข่าวล่ามาบอกจ้า มีข่าวล่ามาบอก อีกสามวันเมื่อฟ้าสาง
ท่านเศรษฐีทองคำจะทำการเลือกคู่ให้แก่คุณหนูดอกแก้วบุตรสาวคนสวยของท่าน
ขอให้บุรุษทุกท่านทั้งคนมีและคนยาก แต่ยังโสดสนิท
ที่สนใจเข้ารับการเลือกคู่ครั้งนี้ไปสมัครกันถ้วนหน้า
หากบุรุษคนใดผ่านการคัดเลือกและได้แต่งงานกับคุณหนูดอกแก้ว
เขาผู้นั้นจะได้รับทรัพย์สมบัติทั้งหมดจากท่านเศรษฐี
และได้รับตำแหน่งหัว หน้าหมู่บ้านแห่งนี้ต่อจากท่านด้วยจ้า”
เมื่อมีประกาศนี้ออกมา พวกผู้ชายที่รู้ข่าวต่างพากันตื่นเต้นดีใจ
รวมทั้งขนุน หนุ่มน้อยคนยากที่อาศัยอยู่ตรงกระต๊อบปลายนาด้วย
ขนุนนั้นเคยพบหน้าแม่ดอกแก้วคนสวยอยู่ครั้งหนึ่ง
และเกิดหลงรักปักใจมานับแต่บัดนั้น แต่ขนุนเป็นคนเจียมตัว
เขาคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับลูกสาวของท่านเศรษฐี
จึงไม่เคยพยายามสานต่อความสัมพันธ์กับนาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านเศรษฐีมีประกาศออกมาเช่นนี้
ขนุนก็คิดว่าเขาน่าจะไปลองสมัครดูสักหน่อย
หากมีบุญวาสนาต้องกันก็คงได้ครองคู่
แต่หากต้องผิดหวังเขาก็ไม่เสียใจ และขอยินดีกับหญิงที่เขาแอบรักด้วย
ถึงวันเลือกคู่ ขนุนรีบไปที่บ้านของเศรษฐีทองคำแต่เช้า
เมื่อไปถึงก็ปรากฏว่าที่นั่นเต็มไปด้วยบุรุษมากหน้าหลายตา
และทุกคนก็เหมือนจะเป็นบุรุษจากครอบครัวผู้มีฐานะดี มีชาติตระกูล
ในขณะที่บางคนก็ดูทรงภูมิท่าทางมีการศึกษาสูง
ขนุนเห็นแล้วก็รู้สึกใจแป้ว ดูเหมือนในที่นั้นจะมีเขาเพียงผู้เดียวที่ดูต่ำต้อย
ไร้สกุลรุนชาติ และไม่มีการศึกษาที่สูงส่งอะไร
‘ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลยขนุนเอ๋ย
ดูสิ มีแต่บุรุษระดับสูงที่คู่ควรกับแม่ดอกแก้วอย่างแท้จริง
แกน่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว ใครเขาจะมาเลือกคนอย่างแกให้ลูกสาวของเขา
โธ่เอ๋ย...คนไม่เจียมตัว’ ขนุนพร่ำว่าตนเอง
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสมัครเข้ามาแล้วก็ต้องอยู่ให้เสร็จสิ้นการคัดเลือก
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เศรษฐีทองคำก็ออกมาป่าวประกาศว่า
“ทุกๆ ท่านโปรดฟังทางนี้...เรา...เศรษฐีทองคำ แห่งหมู่บ้านทองดี
ได้แจ้งความประสงค์ถึงการรับสมัครผู้ที่จะเข้ามาเป็นบุตรเขยของเราไปแล้วว่า
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากจะได้บุตรสาวแสนสวยของเราไปครอง
ยังได้ทรัพย์สมบัติและต้องดำรงตำแหน่งผู้ปกครองของหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย
ซึ่งอย่างหลังนี้ถือว่าสำคัญที่สุด เพราะเมื่อไม่มีเราแล้ว
หัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไปจะต้องเข้าถึงชาวบ้านและดูแลพวกเขาได้ดีไม่แพ้เรา
ดังนั้น ทุกท่านจงบอกถึงความสามารถของท่านให้เราได้รู้ว่า
หากท่านเข้ามาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ท่านมีดีอันใดในตัวเอง
ที่จะนำมาใช้ดูแลหมู่บ้านนี้ต่อจากข้า ขอจงบอกมาให้ข้ารู้”
ชายอ้วนลูกเศรษฐีหมู่บ้านใกล้เคียง
ก้าวออกมาก่อนใครเพื่อน พร้อมกับกล่าวว่า
“ข้ามีเงินทองมากมาย ข้าจะใช้เงินทองของข้าแจกจ่ายชาวบ้านให้อยู่ดีกินดี”
อัศวินผู้กล้า กล่าวต่อเป็นลำดับต่อมาว่า
“ข้าจะปกป้องหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยคมดาบในมือข้า
แม้นมีผู้ร้ายหน้าไหนเข้ามาก่อกวนความสงบ
ข้าก็จะใช้ดาบของข้าบั่นคอมันทันที”
นายวิศวกรมือหนึ่ง กล่าวว่า
“ข้าจะจัดสร้างหมู่บ้านแห่งนี้ให้เป็นหมู่บ้านที่สวยงามที่สุด
และพรั่งพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายต่างๆ นานา”
นายแพทย์หนุ่มที่ได้รับการขนานนามว่า ‘หมอเทวดา’ กล่าวว่า
“ข้าจะใช้ความรู้ทางการแพทย์ของข้า
รักษาผู้คนที่เจ็บป่วยในเมือง ให้มีสุขภาพแข็งแรงไร้โรคภัย”
ผู้สมัครต่างกล่าวอ้างถึงคุณสมบัติพิเศษในตัวเองให้เศรษฐีทองคำ
พิจารณาทีละคนๆ จนกระทั่งมาถึงขนุนในลำดับสุดท้าย
“เรียนท่านเศรษฐี” ขนุนกล่าวอย่างนอบน้อม
“ข้าน้อยขนุน เป็นเพียงคนต่ำต้อย ไร้เงินทอง ไร้อำนาจ และขาดการศึกษา
ข้าน้อยไม่มีสิ่งใดโดเด่นพอที่จะนำมากล่าวอ้างแกท่านได้
แต่ข้าน้อยกล้ายืนยันว่า ตัวข้าน้อยนั้นยึดมั่นความดีเป็นที่ตั้ง
และข้าน้อยจะใช้ความดีอันเป็นสิ่งเดียวที่ติดตัวข้าน้อยอยู่ตลอดเวลา
มาดูแลความทุกข์ร้อนของชาวบ้านด้วยความเมตตาขอรับ”
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ขนุนพูด หลายคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะเยาะ
บางคนแกล้งพูดล้อเลียนให้ขนุนได้ยินว่า
“ขนุนคนต่ำต้อย...ไม่รู้จักคำว่าเจียมตัวบ้างเลยหรือ”
ในตอนนั้นเอง มีคนรับใช้คนหนึ่งวิ่งลนลานมาบอกแก่เศรษฐีทองคำว่า
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับนายท่าน
ตอนนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านของเรากำลังเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
เพราะท่อระบายน้ำเสียอุดตัน ทำให้ระบบระบายน้ำขัดข้อง
ส่งกลิ่นเน่าเหม็นไปทั่วหมู่บ้านแล้วขอรับ”
เมื่อได้ฟังเหตุร้ายฉุกเฉินนั้น เศรษฐีทองคำจึงอาสาสมัคร
จากบุรุษในกลุ่มที่มาสมัครเป็นลูกเขยให้ลงไปในท่อระบายน้ำ
เพื่อเอาสิ่งอุดตันออก แต่ในท่อระบายน้ำนั้นแสนจะเหม็นเน่าเหลือกำลัง
จึงไม่มีใครกล้าเสนอตนลงไปทำงานชิ้นนี้
ต่างคนต่างบ่ายเบี่ยงและอ้างว่างานต่ำต้อยเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตนถนัด
ขนุนคนต่ำต้อยรอดูท่าทีของบุรุษผู้สูงส่งอยู่พักหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอาสา ตนเองจึงยกมือขึ้น
แล้วบอกแก่ท่านเศรษฐีทองคำว่าจะเป็นผู้ลงไปในท่อระบายน้ำเอง
“แต่ในนั้นเหม็นมากนะ เจ้าหนุ่ม” เศรษฐีทองคำกล่าวหยั่งเชิงขนุน
“ไม่เป็นไรหรอกขอรับ เพราะข้าน้อยนั้นเป็นลูกชาวนาคนยาก
เมื่อเกิดมาก็กินอยู่กับกองดินและกองขี้วัวอยู่แล้ว
งานแค่นี้ไม่ได้ทำให้ข้าน้อยรู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด
ข้าน้อยเป็นคนต่ำต้อย จึงไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำให้ข้าน้อยคิดว่า
ตนเองนั้นอยู่สูงเสียจนหยิบจับสิ่งนั้นไม่ได้”
ว่าแล้วขนุนก็ลงไปในท่อระบายน้ำแล้วเริ่มค้นหาสิ่งอุดตันที่ทำให้น้ำในท่อไม่ไหล
การกระทำของขนุนครั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของเศรษฐีทองคำโดยตลอด
และแม้แต่ดอกแก้ว ลูกสาวคนสวยของเศรษฐีเอง
เมื่อรู้เรื่องจากสาวใช้ก็รู้สึกชื่นชมในตัวขนุนยิ่งนัก
หลังจากนั้นก็ลอบมองขนุนอยู่ตรงหน้าตลอดเวลา
ขนุนใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำสิ่งอุดตันออกจากท่อระบายน้ำได้
และทันทีที่เขาขึ้นมากท่อระบายน้ำ
ดอกแก้วก็นำพวงมาลัยคล้องคอให้อย่างเขินอาย
“อะ...อะไรกันนี่ แม่ดอกแก้ว” ขนุนตกใจจนพูดติดๆ ขัดๆ
“นางคล้องมาลัยผิดคนแล้วล่ะ เพราะข้าไม่ใช่คนที่ท่านเศรษฐีเลือกหรอก”
“ถ้าท่านคือขนุนคนต่ำต้อย ก็เห็นทีว่าคงถูกคนแล้ว
เพราะท่านพ่อและแม้แต่ตัวข้าเองก็เห็นว่า
ท่านสมควรถูกเลือกมากกว่าใครๆ” ดอกแก้วบอกขนุน
"ใช่แล้ว” เศรษฐีทองคำพูดขึ้นบ้าง
“แม้เจ้าจะเป็นขนุนคนต่ำต้อย แต่การกระทำของเจ้าได้พิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่า
แท้จริงเจ้านั้นสูงส่งยิ่งกว่าคนร่ำรวย นักรบ
หรือแม้แต่ผู้มีการศึกษาดีแต่ไม่สามารถช่วยหมู่บ้านนี้ได้ยามมีภัยเดือดร้อน
แท้จริงแล้ว ข้ารู้สึกสรรเสริญในความต่ำต้อยของเจ้าด้วยซ้ำไป
เพราะความต่ำต้อยนี้เองทำให้เจ้าไม่เกี่ยงงานหนัก
ดังคนที่คนคิดว่าตนเองสูงส่ง ทำให้ชาวบ้านรอดพ้นจากความยากลำบาก
ดังนั้น เจ้าจึงเหมาะที่จะเป็นลูกเขยข้า และเป็นผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ สืบต่อไป”
สิ้นเสียงประกาศของเศรษฐีทองคำ
ชาวบ้านทุกคนก็พากันโห่ร้องแสดงความยินดีต้อนรับว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่
เพราะซึ้งน้ำใจขนุนคนต่ำต้อย ผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
ไม่รังเกียจงานต่ำต้อย จนช่วยให้ชาวบ้านรอดพ้นความเดือดร้อนในครั้งนี้
เธอทั้งหลาย...
แม้เธอจักเป็นคนต่ำต้อยในสายตาของใครๆ
แต่จงอย่าทำตัวเองให้ต้อยต่ำตามความคิดของเขา
เพราะแม้เธอจะเป็นคนต่ำต้อย แต่เธอมิใช่คนไร้คุณค่า
ซึ่งคุณค่าในตัวเธอนั้น จะปรากฏชัดเมื่อเธอกระทำ
ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่าส่วนตน
จากนั้นคนอื่นๆ ก็จะประจักษ์ชัดเองว่า
แท้จริงแล้วเธอคือ คนที่น่าสรรเสริญ
มิใช่คนต่ำต้อยอย่างที่เขาเข้าใจในตอนแรก
หรือแม้แต่เธอทั้งหลายถูกยกย่องว่าเป็นผู้สูงส่ง ก็จงอย่ารังเกียจงานที่ต่ำต้อย
ถ้างานนั้นจะสร้างประโยชน์ให้แก่คนหมู่มาก
จงคิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ แล้วเธอจะเป็นคนที่สูงส่งได้อย่างแท้จริง
ที่มา หนังสือนิทานสีขาว
โดย ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top