4/25/2555

นิทานเรื่อง ใหญ่จนเคยเลยประมาท

นิทานก่อนนอน

 

ครั้งหนึ่งในงานเต้นรำของสัตว์ป่า ลิงได้รับเลือกให้เป็นราชาสัตว์ป่า เนื่องจากเต้นรำเก่งมาก สุนัขจิ้งจอกอิจฉาริษยาลิงเป็นกำลัง จึงคิดหาวิธีจำจัดลิงเสีย
วันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกเห็นนายพรานวางเนื้อก้อนหนึ่งไว้ในกับดักก็คิดแผนชั่วมาได้ มันรีบวิ่งไปบอกลิงว่า
"ข้าพเจ้าเจอของวิเศษอย่างหนึ่ง อยากถวายแด่ท่านราชา"
ลิงได้ฟังเช่นนั้นก็เดินตามสุนัขจิ้งจอกไปค้นหาของวิเศษด้วยคงามดีใจ
ในที่สุด เจ้าลิงก็ติดกับดัก มันโกรธมาก ต่อว่าสุนัขจิ้งจอกว่า
"แกหลอกฉันทำไม"
สุนักจิ้งจอกตอบว่า
"โถ...คุณจ๋อที่น่าสงสาร สัตว์ที่โง่เง่าอย่างแกจะเป็นราชาสัตว์ป่าได้อย่างไร ? ตำแหน่งนี่มันไม่เหมาะสมกับแกดอก ข้าจึงต้องกำจัดเจ้าให้พ้นทาง เพื่อที่ข้าจะได้เป็นขวัญใจแทนเจ้าไงล่ะ"


นิทานเรืื่องนี้สอนให้รู้ว่า
๑. ยืนยิ่งสูง ก็ยิ่งหนาว ลาภ ยศ ฐานะ ยิ่งใหญ่โต ก็ยิ่งหา เพื่อนแท้ไม่ได้
๒. อย่าคิดว่าเมื่อมีอำนาจอิทธิพลแล้ว ก็จะกอบโกยผลประโยชน์ใส่ตัวได้อย่างเต็มที่ และอย่าคิดว่าเมื่อเป็นใหญ่แล้ว คนทั้งแผ่นดินจะภักดี ต่อตน ยอมนำเอาของดีๆ มาถวาย ในฐานะ ผู้นำ เราควรแยกแยะให้ออกว่าอะไรสมควรเอา อะไรไม่สมควรเอา ไม่ควรละโมบโลภมากใครเอาอะไรมาให้ ก็รับไว้หมด ไม่เช่นนั้นอากเสียชื่อและเสียคนในภายหลัง
๓. คนที่ชอบของฟรี มักจะเจอกกระดูกเสมอ

ที่มา :  http://dhammathai.org

4/20/2555

นิทานเรื่อง ช่างไม้พ่อลูก

ช่างไม้พ่อลูก

นิทานเรื่อง ช่างไม้พ่อลุก


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีสองคนพ่อลูกประกอบอาชีพเป็นช่างไม้
หารายได้จากการทำเครื่องมือเครื่องใช้ โต๊ะ ตู้ เตียง ขายเลี้ยงชีพไปตามอัตภาพ
ช่างไม้ผู้พ่อได้ถ่ายทอดวิชาช่างให้แก่ลูกชายจนหมดสิ้น
ลูกชายจึงมีฝีมือช่างไม้ที่ยอดเยี่ยมมาก แต่มีข้อเสียอยู่อย่าง
เดียวคือ ช่างไม้ลูกชายคนนี้เป็นคนใจร้อน มุทะลุ แก้ไม่หายสักที
วันหนึ่งขณะที่ช่างไม้สองพ่อลูกทำงานอยู่ด้วยกัน ผู้เป็นพ่อกำลัง
เลื่อยไม้ ส่วนลูกชายกำลังตอกตะปูอยู่ใกล้ ๆ ปรากฏว่ามีแมลงวัน
ตัวหนึ่งมีเกาะอยู่บนศีรษะอันล้านเลี่ยนของช่างไม้ผู้พ่อ แกรำคาญ
มากอยากจะเอามือปัดออก แต่ว่าไม่สามารถละมือจากการทำงานได้
จึงบอกให้ลูกชายช่วยจัดการเจ้าแมลงวันให้หน่อย ลูกชายขณะนั้น
กำลังใช้ฆ้อนตอกตะปูโป๊กๆ อยู่พอดี พอรู้ว่ามีแมลงวันบังอาจมา
เกาะหัวพ่อของตนเท่านั้น ก็คิดโกรธแค้นเจ้าแมลงวันมาก
จึงรี่เข้าไปใช้ฆ้อนทุบเจ้าแมลงวันที่เกาะบนหัวพ่อสุดแรงเกิด
ผลก็คือเจ้าแมลงวันตัวนั้นตายไปพร้อมกับช่างไม้ผู้เป็นพ่อ
ที่กระโหลกแตกตายคาที่ตรงนั้นเอง
************************************************


**นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราแม้ว่าจะคิดช่วยเหลือผู้อื่น
หรือ ช่วยเหลือสังคม แต่ถ้าใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยความโกรธเกลียดชัง
หรือ ใช้นโยบายที่รุนแรง แม้จะเป็นที่สะใจของคนทั่วไป มีคนเชียร์
มากมาย แต่ผลกระทบข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นตามมา มันจะร้ายแรง
จนไม่คาดไม่ถึง ดังตัวอย่างนิทานเรื่องนี้

 

ที่มา http://www.budpage.com/

4/19/2555

นิทานเรื่อง กระต่ายกับสามสหาย

กระต่ายกับสามสหาย

 

 

นิทานเรื่อง กระต่ายกับสามสหาย

หมาป่าตัวหนึ่งชอบแอบมาจับกระต่ายกินอยู่เสมอๆ พ่อกระต่ายจึงบอกกับแม่กระต่ายว่า “เดี๋ยวฉันจะไปขอให้เพื่อนๆ ช่วยจัดการกับเจ้าหมาป่า” แล้วพ่อกระต่ายก็ไปหาช้าง
“ช้างเพื่อนรัก..ช่วยเอางวงกับงาไปกำจัดหมาป่าให้ทีเถอะ มันคอยจ้องจะกินฉันอยู่”
พ่อช้างตอบว่า “เสียใจเพื่อนรัก ฉันไม่ว่าง ฉันต้องรีบไปอาบน้ำก่อน” แล้วช้างก็เดินหนีไป
พ่อกระต่ายก็ไปหาวัวกระทิง “กระทิงเพื่อนรัก..ช่วยเอาเขาแหลมๆ ไปกำจัดหมาป่าให้ทีเถอะ มันคอยจ้องจะกินฉันอยู่”
พ่อกระทิงตอบว่า “ขอโทษนะเพื่อนรัก ช่วยไม่ได้จริงๆ ฉันจะต้องรีบไปซ้อมกีฬา พรุ่งนี้จะมีแข่งวัวกระทิง” แล้ววัวกระทิงก็เดินจากไป
กระต่ายไม่ละความพยายาม มันจึงไปหาแรด “แรดเพื่อนรัก..ช่วยเอานออันแหลมคม ไปกำจัดหมาป่าให้ทีเถอะ มันคอยจ้องจะกินฉันอยู่”
แรดส่ายหัวพร้อมกับบอกว่า “คงไม่ได้หรอกเพื่อนรัก ฉันต้องรีบไปหาอาหารกิน เพราะวันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย” แล้วแรดก็เดินจากไป
พ่อกระต่ายกลับมาที่รังอย่างผิดหวัง แม่กระต่ายจึงพูดปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรหรอก อย่าเศร้าไปเลย เราต้องช่วยตัวเอง ลืมไปแล้วหรือว่าสองขาหลังของเรานั้นทรงพลัง เราสามารถกระโดดได้ไกล เราก็คงหนีหมาป่าได้ทัน เรามาฝึกกระโดดให้ขาแข็งแรงดีกว่า แล้วต้องฝึกลูกๆ ด้วย”
ตั้งแต่นั้นมา ครอบครัวกระต่ายก็ฝึกกระโดดกันทุกวัน และมันไม่ถูกหมาป่าจับกินอีกเลย


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ............................
การพึ่งผู้อื่นหรือคนอื่นนั้นเป็นเรื่องยาก แม้แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมิตร เพราะที่สุดแล้วก็อาจไม่มีใครให้พึ่งได้ ทางที่ดีก็คือต้องพยายามพึ่งตนเองให้มากที่สุด หมั่นศึกษาเล่าเรียน เพียรฝึกฝนในการเรียนการงานทุกอย่างพระพุทธองค์ทรงสอนว่า “อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ” ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน หมายถึง ความดีเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของคนเรา ดังนั้น ต้องหมั่นประกอบกุศลกรรมอยู่เสมอ เพราะเมื่อตายแล้วย่อมไปสู่สุคติ

 


จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 108 พฤศจิกายน 2552 โดยไม้หอม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ตุลาคม 2552 11:42 น.

4/16/2555

นิทานเรื่อง ไก่ชนกับนกอินทรีย์

ไก่ชนกับนกอินทรีย์

download (2)

ครอบครัวชาวนาเลี้ยงไก่ไว้ฝูงหนึ่ง ปล่อยให้ไก่ทั้งหลาย เที่ยวคุ้ยเขี่ยหากินในลานนวดข้าว ข้างหลังยุ้งฉาง ไก่ชน 2 ตัว โต้เถียงแย่งเขตแดนการหากิน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมซึ่งกันและกัน ในที่สุดไก่ชนทั้ง 2 ตีกันชุลมุน ไก่ตัวหนึ่งถูกเดือยแหลมคมเข้าที่คอ และหน้าเป็นแผลลึกหลายแผล สู้ต่อไปไม่ได้ วิ่งหนีหัวซุกซุนไปหลบซ่อนกายภายใต้ยุ้งข้าว
ไก่ชนตัวตีชนะ ลำพองใจ ชูคอขันประกาศชัยชนะของตนกลางลานนวดข้าว ใช่แต่เท่านั้นก็หามิได้ ยังได้บินขึ้นไปกระพือปีก โก่งคอขันบนหลังคายุ้งข้าว ประกาศให้ไก่ทุกตัวรู้ว่าตนคือ “ผู้ชนะ” ห้วงเวลานั้น นกอินทรีใหญ่ บินถลาร่อนบนท้องฟ้า มองเห็นไก่ชนชูคอขัน โฉบลงจากท้องฟ้า กรงเล็บแหลมคม ตะครุบร่างไก่ โผถลาขึ้นท้องฟ้า นำไปกินเป็นอาหารของตนและลูกน้อย 2 ตัว ซึ่งอยู่บนรัง ณ ยอดไม้ ในป่าใหญ่ ฝ่ายว่าไก่ชนตัวที่พ่ายแพ้ เมื่อออกมาจากใต้ถุนยุ้งข้าว ครั้นไม่เห็นไก่ชนที่ชนะตน ก็ได้คุ้ยเขี่ยหาอาหารต่อไปตามสบาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


“เมื่อมีชัยแล้ว จงอย่ากำเริบ-ลืมตัว ถ้ากำเริบ-ลืมตัว อันตรายมักบังเกิดขึ้นในกาลภายหลัง”

นิทานเรื่อง ลูกแพะกับหมาป่า

ลูกแพะกับหมาป่า

 

 

นิทานเรื่อง ลุกแพะกับหมาป่า
ฝูงแพะหากินอยู่ในท้องทุ่งใกล้ป่าใหญ่ ลูกแพะเดินหากินอย่างเพลิดเพลิน ออกห่างจากฝูงแพะหลงเดินถลำเข้าไปในชายป่าลึกไม่มากนัก หมาป่าเดินออกมาจากป่าลึก มุ่งหน้าไปยังท้องทุ่ง พบลูกแพะเที่ยวเดินหากินเดียวดาย จึงวิ่งไล่แพะเพื่อกินเป็นอาหาร ลูกแพะเห็นว่าวิ่งหนี ย่อมไม่ทันแน่นอน จึงหยุดวิ่ง ร้องตะโกนถามหมาป่าว่า
“ จริงหรือไม่ ? ข่าวเล่าลือแพร่สะพัดไปท้องทุ่งกว้างว่า ท่านเป่าปี่ได้ไพเพราะจับใจเหลือเกิน ข้าพเจ้าเดินเข้าป่ามา ก็เพื่อขอความกรุณาจากท่าน โปรดเป่าปี่ให้ข้าพเจ้าฟังด้วยเถิด”
“ได้ซิ เจ้าแพะน้อย” หมาป่าว่า
“ก่อนจะตายเจ้าจะได้ฟังเพลงปี่อันไพเราะจับใจของเรา”
หมาป่านั่งสองขา หลังพิงโคนต้นไม้ใหญ่ นั่งยองๆ เป่าปีให้ลูกแพะฟัง ลูกแพะก็เต้นรำสองขาให้เข้ากับจังหวะเสียงปี่ ส่วนสุนัขล่าเนื้อกำลังเดินหากินอยู่ในที่ไม่ไกลนัก ครั้นได้ยินเสียงปี่ รีบวิ่งออกมาดู พบหมาป่านั่งยอง ๆ โคนต้นไม้เป่าปี่อยู่ สุนัขล่าเนื้อวิ่งไล่กวดหมาป่า
“เจ้าแพะน้อย” หมาป่าร้องตะโกนบอก พร้อมกับวิ่งหนีสุนัขล่าเนื้อสุดฝีเท้า
“ข้าพเจ้าเป็นเพียงหมาป่า มีหน้าที่เพียงเห่าหอน และจับสัตว์กินเป็นอาหารเท่านั้น แต่นี่กลับเผยอหน้ามานั่งเป่าปี่ให้เจ้าฟังอีก สมควรอย่างยิ่งแล้วที่ต้องวิ่งหนีเขา”

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


“การกระทำสิ่งที่ไม่ใช่ภารกิจของตน ย่อมเป็นต้นเหตุให้เสียผลประโยชน์ของตนได้”

4/10/2555

นิทานเรื่อง ชายพเนจรอกตัญญู

ชายพเนจรอกตัญญู

นิทานก่อนนอนเรื่อง ชายพเนจร อกตัญญู

 

ชายสองคนเดินทางพเนจรไปเรื่อยๆ เมื่อพบไม้พุ่มหนึ่ง จึงชวนกันหยุดพักใต้ร่มเงาของพุ่มไม้
ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงวันที่เเดดร้อนจัด ชายคนหนึ่งเอนตัวลง นอน ใต้เงาไม้พลางเเหงนมองดูพุ่มไม้เเล้วกล่าวว่า
"ไม้พุ่มนี้ไม่มีผลให้เรากินเลยนะ"
อีกคนก็เอ่ยบ้างว่า
"จริงด้วย ไม้พุ่มนี้ช่างไร้ประโยชน์เสียจริงๆ"


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


คนโง่เเละคนชั่วมักเป็นคนอกตัญญ

4/08/2555

นิทานเรื่อง นางแมวมีรัก

นางเเมวมีรัก

นิทานเรื่อง นางแมวมีรัก


นางเเมววิงวอนขอร้องพระพรหมว่า
"ขอให้ท่านเมตตา เสกให้หม่อมฉันกลายเป็นหญิงสาวด้วยเถิดเพคะ หม่อมฉันหลงรักชายหนุ่มผู้นั้นเหลือเกิน"
พระพรหมเวทนาจึงเสกให้นางเเมวกลายเป็นคน
"ถ้าอยากเป็นคน ก็ต้องเป็นให้ตลอดนะ"
พระพรหมตรัสเเล้วก็คอยส่องทิพยเนตรดูนางเเมวต่อไป
วันหนึ่งนางเเมวในร่างหญิงสาวกำลังพรอดรักกับชายหนุ่มอย่างหวานชื่น
ครั้นมีหนูตัวหนึ่งวิ่งผ่านมา หญิงสาวก็กระโดดเข้าตะครุบหนูมากินในทันใด
พระพรหมจึงทรงสาปให้หญิงสาวกลับเป็นนางเเมวดังเดิม


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


ยากที่ผู้ใดจะละทิ้งสันดานเดิม

4/07/2555

นิทานเรื่อง ค้างคาวเลือกพวก

ค้างคาวเลือกพวก

images (15)


ค้างคาวนั้นถือว่าตนก็มีปีกเหมือนนก เเละก็มีหูเหมือนสัตว์ อื่นทั่วๆ ไป
ดังนั้นเมื่อนกยกพวกไปต่อสู่กับสัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ขอตัวไม่ เข้าข้างฝ่ายใดโดยทำตัวเป็นกลาง เเต่เมื่อพวกของนกมีท่าทีว่าจะชนะ ค้างคาวก็ประกาศตัว ไปเข้ากับฝ่ายนก
ต่อมาพวกนกจะพลาดท่าเสียทีเเก่สัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ผละ จากนกไปเข้าพวกกับสัตว์อื่นๆ
ต่อมานกต่อสู้จนใกล้จะได้ชัย ค้างคาวก็กลับมาอยู่ข้างฝ่ายพวก นกอีก
เมื่อนกกับสัตว์อื่นๆ ทำสัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อกัน ทั้งสองต่างก็ขับไล่ค้างคาว ไม่ยอมให้เข้าพวกด้วย ค้างคาวอับอายจึงไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ จะออกจากถ้ำไปหา อาหาร ในตอนกลางคืนเท่านั้น 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


ผู้ที่ขาดความจริงใจ ไม่มีใครอยากคบหาด้วย

4/06/2555

นิทนเรื่อง คนหาปลากับพราน

คนหาปลากับพราน

นิทานเรื่อง คนหาปลา


วันหนึ่งคนหาปลาเดินสวนกับนายพรานเเละเห็นว่านายพราน มีเนื้อสัตว์มากมายจึงถามว่า
"ท่านพรานป่า ข้าขอเอาปลาเเลกกับเนื้อสัตว์บ้างได้หรือไม่"
นายพรานเห็นคนหาปลามีปลาหลายตัวก็นึกอยากจะลองกิน เนื้อปลา
วันต่อๆ มาคนหาปลากับพรานก็นัดพบเพื่อเเลกเปลี่ยนอาหารกัน ทุกวัน
จนกระทั่งวันหนึ่งคนหาปลาก็เอ่ยขึ้นว่า
"ท่านยังอยากจะเเลกเนื้อกับปลาอยู่หรือไม่"
นายพรานก็ตอบว่าตนเริ่มเบื่อปลาเเละอยากกินเนื้อดังเดิมเเล้ว
ทั้งสองจึงตกลงเลิกเเลกเปลี่ยนอาหารกันอีกต่อไป 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

 
คนเรามักอยากลิ้มลองของใหม่ เเต่ไม่นานก็ต้องเห็นค่าของ ของเก่า

4/05/2555

เพลงดอกไม้แดนไพร

ดอกไม้แดนไพร

 

เพลงดอกไม้แดนไฟร

 

 

 

 

 

แดนป่าเขา หนูน้อยเริงใจ เด็ดดอกไม้สอดใส่แซมผม

ดอกมลิวัลย์กรรณิการ์ลั่นทม เฝ้าเด็ดดมนิยมแดนไพร

ชวนกันร้องเพลงเพลินเดินไป น่าชื่นใจดอกไม้ในดง

 

 
 
Download this MP3 - (Right Click)

นิทานอีสปเรื่อง ต้นสนอวดดี

ต้นสนอวดดี

 

 

 

นิทานเรื่องต้นสนอวดดี
ต้นสนมักจะคิดว่าตนนั้นมีความสวยงามกว่าต้นฉำฉา อีกทั้งยังมีประโยชน์มากกว่าด้วย
"คนต้องการต้นสนอย่างเราเพื่อไปสร้างเป็นที่อยู่อาศัย เเละ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ"
ต้นสนคุยข่มต้นฉำฉาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน


"เเต่เจ้าน่ะไม่้เห็นจะเป็นประโยชน์ต่อใครเลย"
"ข้ารู้ตัวดี ว่าข้านั้นต่ำต้อยด้อยค่ากว่าท่าน เเต่ลองดูข้างหน้านั่นสิ มีคนเอาเลื่อยกับขวานมาเเล้ว    ทีนี้ ท่านยังอยากเป็นต้นสนหรือต้นฉำฉาล่ะ"

 

 


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 
เที่ยวโอ้อวด ความดี ความเด่น ย่อมเป็นโทษเป็นภัยเเก่ตนเอง

นิทานเรื่อง คนตัดไม้กับสุนัขจิ้งจอก

คนตัดไม้กับสุนัขจิ้งจอก

นิทานเรื่องคนตัดไม้กับสุนัขจิ้งจอก

 

 

คนตัดไม้พาสุนัขจิ้งจอกเข้าไปซ่อนที่ข้างกระท่อม เมื่อถูกขอความช่วยเหลือ
พวกล่าสัตว์จูงหมาล่าเนื้อมาถึงก็ถามคนตัดไม้ว่าเห็น สุนัขจิ้งจอกหรือไม่
"ไม่เห็นเลยเพื่อนเอ๋ย"คนตัดไม้ปฏิเสธเเต่ก็ชี้นิ้วไปทางข้างกระท่อม
พวกล่าสัตว์ไม่เข้าใจสัญญาณบอกใบ้นั้นจึงพากัน กลับไป สุนัขจิ้งจอกรออยู่อีกสักครู่ก็ออกมาจากที่ซ่อนเเล้ววิ่ง ผ่านหน้าคนตัดไม้ไป คนตัดไม้จึงร้องขึ้นว่า
"ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้าไม่ขอบคุณเข้าเลยหรือ"
"ลิ้นของเจ้าไม่ตรงเหมือนนิ้วของเจ้าเลยนะจะให้ข้าขอบใจได้อย่างไร"
สุนัขจิ้งจอกกล่าวเเล้วก็วิ่งเข้าป่าไป


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


คนไม่ซื่อ ย่อมไม่มีผู้ใดนับถือ

4/04/2555

นิทานเรื่อง นกยางได้ใจ

นิทานเรือ่ง นกยางได้ใจ

 

นกยาง
นกยางชอบชวนกันไปจิกกินเมล็ดข้าวในนาเพราะรู้ดีว่าชาวนา ผู้นั้นใจดีไม่เคยฆ่าสัตว์
เมื่อเห็นนกยางลงมาจิกกินเมล็ดข้าวทุกๆ วัน ชาวนาก็เริ่มโมโห จึงยกคันธนูขึ้นทำท่าจะยิงนก เพื่อขู่ให้นกกลัวเเละหนีไปเเต่นกยางเห็นว่าชาวนาไม่ได้ขึ้นสายธนูจึงไม่กลัว พากันมาจิก กินเมล็ดข้าว ที่เพิ่งหว่านลงในนาอย่างได้ใจ
วันรุ่งขึ้นชาวนาเห็นนกยางชวนกันมาอีก จึงขึ้นสายธนู เเละ ยิง นกยางตายหลายตัว
"เขาเอาจริงเเล้ว รีบหนีกันเถิดเรา"นกยางต่างร้องบอกเพื่อนๆ เเล้วก็พากันบินหนีไป ไม่มาที่นา เเห่งนั้นอีกเลย


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การเอาจริงน่ากลัวกว่าการข่มขู่

4/03/2555

นิทานเรื่อง เทียนแข่งแสง

นิทานเรื่อง เทียนเเข่งเเสง

d_4744ecc6d61c404537e96a

 

เมื่อเทียนไขถูกจุดใช้จนใกล้จะหมดเเท่งนั้น เเสงของเทียน มักจะยิ่งสว่างเรืองรองขึ้นกว่าเดินหลายเท่านักด้วยเหตุนี้เทียนเเท่งหนึ่งจึงคุยอวดกับเจ้าของว่า
"เเสงเทียนของข้านั้นสว่างกว่าเเสงดาว เเสงจันทร์ เเละเเม้กระทั่งเเสงอาทิตย์ด้วยนะ"
ทันใดนั้นเองกระเเสลมก็พัดผ่านมาวูบหนึ่ง เเล้วเเสงเทียนดับ วูบลง เจ้าของจึงจุดเทียนขึ้นใหม่เเล้วกล่าวว่า
"เเสงอาทิตย์ เเสงจันทร์ เเละเเสงดาวนั้นยากที่จะดับ เเละไม่ต้องมีใครจุดให้
เเต่เทียนอย่างเจ้านั้นต้องมีคนจุดจึงจะมีเเสง เเละเจ้าก็มีวันดับมีวันหมดเเสง"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ทำหน้าที่ของตนอย่างเจียมตน จึงดูมีคุณค่าน่าไปเปรียบเทียบ เเข่งขันกับผู้อื่น

4/01/2555

นิทานเรื่อง นางสิงห์

นิทานเรื่อง นางสิงห์

 

download

พวกสัตว์ตัวเมียนานาชนิดมักมาคุยอวดกันว่าตนนั้นออกลูกคราวละหลายตัวจึงสามารถมีครอบครัวใหญ่เเละเเพร่ขยาย พันธุ์ได้รวดเร็ว
นางหมาจิ้งจอกเเม่ลูกอ่อนก็คุยอวดบ้างอย่างภาคภูมิใจว่า
"ฉันก็เพิ่งคลอดลูกครอกหนึ่ง ๖ ตัวเชียวนะ"
"ฉันก็ได้ลูก ๘ ตัวเมื่อเร็วๆ นี้เอง" นางหมูป่าอวดบ้าง
เเล้วก็หันไปถามนางสิงโตที่นั่งฟังเงียบๆ "เเล้วเธอล่ะ ออกลูกทีละกี่ตัวจ๊ะ"นางสิงห์ยิ้มน้อบๆ พลางตอบอย่างเคร่งขรึม
"ฉันออกลูกทีละตัวเดียว เเต่มันเป็นลูกสิงโตนะ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


ปริมาณไม่ใช่เรื่องสำคัญ  แต่ความสำคัญอยู่ที่คุณภาพ

Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top