12/24/2554

เพลงก่อนจะจากกันไป

image



ก่อนจะจากกันไป ขอฝากใจไว้กับทุกๆท่าน (ซ้ำ)
ถึงตัวไปใจนั้นไม่แปรผัน และห่างไกล
แม้ว่าเราจากกัน ไม่ช้าพลันคงจะพบกันใหม่ (ซ้ำ)
ขอโชคดีมีชัย  หมดทุกข์  โรคภัยตลอดกาล


                                                     

12/05/2554

เพลงไก่โต้ง

image

เพลงไก่โต้ง

 

ไก่โต้งขันโอ๊กอีโอ๊ก    ไก่โต้งขันโอ๊กอีโอ๊ก

ตัวเมียไข่ดกละกระะโต๊กกระต๊าก  ตัวเมียไข่ดกละกระะโต๊กกระะต๊าก

ออกไข่ละสบายใจมาก    ออกไข่ละสบายใจมาก

กระะโต๊กกระะต๊ากกระเต๊กกระโต๊ก      กระะโต๊กกระะต๊ากกระเต๊กกระโต๊ก

 

(ซ้ำทั้งหมด)

 

 

11/30/2554

นิทานเรื่อง นายพรานผู้เคราะห์ร้าย

นายพรานเคราะห์ร้าย

นิทานเรื่่อง นายพรานผู้เคราะห์ร้าย

มีนายพรานคนหนึ่ง มีความสามารถพิเศษ เขาสามารถนำปล้องไม้ไผ่มาเป่าให้เป็นเสียงสัตว์ต่าง ๆ ได้ เขามักจะเป่าเป็นเสียงกวาง พอกวางจริง ๆ วิ่งมาตามเสียง เขาก็จะใช้ธนูยิง

วันหนึ่ง เขาเป่าเสียงกวางอีก เผอิญหมาจิ้งจอกได้ยินก็วิ่งมาจะกินกวาง

นายพรานเห็นหมาจิ้งจอกวิ่งมาก็ตกใจ เลยทำเสียงขู่เหมือนเสียงเสือ

หมาจิ้งจอกก็วิ่งหนีไป แต่เสือจริง ๆ กลับวิ่งมาเพราะคิดว่าเป็นเสียงคู่ของตัว

นายพรานตกใจมากรีบทำเป็นเสียงหมี เสือกลัวหมีก็วิ่งหนีไป หมีได้ยินเสียงก็คิดว่าเป็นพวกเดียวกันจึงเดินมาพบนายพราน ก็เลยฉีกเนื้อนายพรานจนถึงแก่ความตาย

 

นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของนิทานจีน

10/30/2554

นิทานเรื่องเทพเจ้าแห่งความเศร้าโศก

เทพเจ้าแห่งความเศร้าโศก

image

 

เมื่อมหาเทพจูปิเตอร์ทรงพระราชทานสิทธิพิเศษแก่เทพเจ้าทั้งมวล ปรากฏว่า ขณะนั้นเทพเจ้าแห่งความเศร้าโศกไม่ได้อยู่ในที่ประชุม

แต่เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงแล้วเทพเจ้าองค์นี้ก็เข้าไปเฝ้าพระมหาเทพและเรียกร้องสิทธิของตน

พระมหาเทพทรงคิดไม่ออกว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะทรงนึกไม่ออกว่า ยังมีสิทธิพิเศษใดเหลืออยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม ผลสุดท้ายพระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยว่าเทพเจ้าแห่งความเศร้าโศกควรเป็นเจ้าของน้ำตาที่หลั่งออกมาเพื่อผู้ตาย

เทพเจ้าแห่งความเศร้าโศกก็ทรงปฏิบัติเช่นเดียวกับเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ยิ่งมนุษย์มีความเลื่อมใสศรัทธาในเทพเจ้าองค์ใดมากเท่าไร มนุษย์ก็จะได้รับการช่วยเหลือจากเทพเจ้าองค์นั้นมากเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงไม่ควรเศร้าโศกเสียใจในการตายนานเกินไปนัก มิฉะนั้นเทพเจ้าแห่งความเศร้าโศกจะให้ความช่วยเหลือโดยใช้สิทธิพิเศษที่ท่านได้รับมา นั่นคือทำให้น้ำตาของผู้เศร้าโศกหลั่งรินออกมา

นิทานเรื่องเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อ

10/23/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง ห่านออกไข่เป็นทอง

ห่านออกไข่เป็นทอง

FAN976

เช้าวันหนึ่ง เมื่อชาวนาเดินเข้าไปในเล้าเห็นห่านที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่ง ออกไข่เป็นทองคำก็รู้สึกดีใจ และตื่นเต้นรีบนำไข่ไปให้ภรรยาดู เมื่อทั้งสองนำไข่ทองคำไปขายก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง เพียงพอที่จะใช้จ่ายในครอบครัวและซื้อสิ่งของที่ต้องการ วันต่อมาแม่ห่านตัวเดิมก็ออกไข่เป้นทองคำอีก สองสามีภรรยาต่างดีอกดีใจที่มีห่านวิเศษไว้ในครอบครอง ทุกเช้าจึงเก็บไข่ห่านทองคำไปขายจนมีฐานะร่ำรวยขึ้น

“เราจะมัวเก็บไข่ห่านทองคำไปขายวันละฟองอยู่ทำไม สู้จับห่านมาฆ่านำทองทั้งหมดที่มีอยู่ในท้องของมันไปขายทีเดียวไม่ดีกว่าหรือ” เมื่อปรึกษากับภรรยาของตนและมีความเห็นตรงกัน ชาวจึงนำห่านมาฆ่า แต่เมื่อผ่าออกดูปรากฏว่าภายในท้องห่านมีแต่ความว่างเปล่า

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

โลภมากมักลาภหาย

10/13/2554

เพลงตบมือพลัน

 

เพลงตบมือพลัน

มาเถิดเรามามาร่วมร้องเพลงกัน

สนุกสุขสันต์ตบมือกันทันที

แล้วเราก็หันหน้ามาหากัน

ยื่นขวาไปพลันตบมือกัน 3 ที

กลับมาแล้วก็ยื่นมือซ้าย

อย่าเอียงอายตบมือกัน 5 ที

 

 

(ซ้ำทั้งหมด )

 

 

9/23/2554

เพลงแว่วเสียงแคน

เพลง แว่วเสียงแคน


ยามสนธยา เหล่านกกาบินกลับรัง เสียงแคนแว่วดัง
ชวนให้ฉันฟังนะเจ้าเอย โอ้นวลเอ๋ย ช่างเพลินอุรา
แลน แลน แต แต่ แล แลน แลน แลน แต แต่ แล แลน
มาฟังเสียงแคน กันเถิดหนา แสงเดือนเยือนขอบฟ้า
ส่องแสงมาดังเช่นเคย อย่าทำเฉยมาซิมารำ เจ้างามล้ำของเรียมนี่เอย


9/17/2554

เพลง ลีลาจราจร

เพลง ลีลาจราจร

 image

 

 

 

อย่าเหม่อมอง ต้องดูข้างหน้า 

อีกซ้ายและขวาเมื่อจะข้ามถนน

หากยวดยานหลายก็ต้องอดใจทน

อย่าตัดหน้ารถยนต์

ทุก ๆ คน ควรระวังเอย

มงแซะมง แซะ แซะมง ตะลุงตุ่งมง

(ซ้ำ)

 

                           

9/16/2554

เพลงออกกำลัง

เพลงออกกำลัง

image

 

 

ออกกำลังด้วยการร้องรำทำเพลง

ให้ครื้นเครงเสียงเพลงบรรเลงจับใจ

รำร้องกันไปไม่มีหม่นหมองฤทัย

แล้วเราเพลินใจด้วยการร้องรำทำเพลง

(ซ้ำทั้งหมด)

 

 

             

9/06/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง หมาจิ้งจอกกับกระต่ายป่าและเทพเจ้า

หมาจิ้งจอกกับกระต่ายป่าและเทพเจ้า

นิทานก่อนนอน

หมาจิ้งจอกได้ชวนกระต่ายป่าเพื่อนของมันไปเฝ้าเทพเจ้าเพื่อขอพร เทพเจ้าเห็นว่าสัตว์ทั้งสองมีความมานะพยายามสู้อุตส่าห์บุกบั่นมาจนถึงสวรรค์จึงลองให้ขอพรมาคนละข้อ

“ข้าขอให้สามารถวิ่งได้ว่องไวอย่างกระต่าย” หมาจิ้งจอกเป็นผู้ขอพรก่อน

“ข้าก็ขอให้ความเฉลียวฉลาดและมีเล่ห์เหลี่ยมมากเท่าหมาจิ้งจอก” กระต่ายขอพรบ้าง

เทพเจ้าจึงตรัสสั่งสอนว่า “เจ้าหมาจิ้งจอกอยากวิ่งเร็วอย่างกระต่าย แสดงว่ากระต่ายได้พรที่ประเสริฐจากเทพเจ้าไปแล้ว ในทางตรงกันข้ามเจ้ากระต่ายป่าอยากเฉลียวฉลาดอย่างหมาจิ้งจอก ย่อมแสดงให้เห็นว่าหมาจิ้งจอกได้พรอันประเสริฐจากเทพเจ้าไปแล้ว หากจะให้พรเพิ่มอีกก็จะไม่ยุติธรรมต่อสัตว์อื่น ๆ ซึ่งต่างก็มีความสามารถแตกต่างกันไป เช่น นกสามารถบินไปบนท้องฟ้า ปลาสามารถว่ายอยู่ในน้ำได้ ดังนั้นขอให้พวกเจ้าจงกลับไป”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงพอใจในตนเองและควรนำความสามารถที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ควรคิดเอาแต่จะขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

หรือหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

9/04/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง หนีไม่พ้น

หนีไม่พ้น

นิทานก่อนนอน

 

ชายคนหนึ่งจับนกแจคดอร์ได้ตัวหนึ่ง เขาเอาเชือกเส้นหนึ่งผูกไว้ที่ขาข้างหนึ่งของมัน แล้วให้นกตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงแก่เด็ก ๆ

แต่นกแจคดอร์ไม่ชอบอยู่กับมนุษย์เลย ดังนั้นหลังจากระยะหนึ่ง เมื่อมันดูเหมือนเชื่องพอสมควรแล้วและเด็ก ๆ ไม่ได้เฝ้าดูมันอย่างใกล้ชิดพอ

นกแจคดอร์ก็ลอดหนีออกมาและบินมุ่งกลับไปยังที่อยู่ของมัน ช่างเคราะห์ร้ายเสียนี่กระไรที่เชือกเส้นนั้นยังผูกติดอยู่กับขาของมัน

ในไม่ช้าเชือกก็พันกันยุ่งกับกิ่งก้านของต้นไม้ต้นหนึ่งและนกแจคดอร์ก็ไม่สามารถทำตัวให้เป็นอิสระได้ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนสักเท่าใดก็ตาม

นกแจคดอร์ทราบดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้วสำหรับมัน จึงร้องด้วยความสิ้นหวังว่า “อนิจจา ! เพื่อให้ได้อิสระภาพมา ข้าต้องสูญเสียชีวิตไป”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าหวังอะไรที่ไกลเกินไปเพราะอาจจะเดือดร้อน

8/28/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง สุนัขล่าเนื้อแก่ชรา

สุนัขล่าเนื้อแก่ชรา

image

สุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่ง เมื่อยามหนุ่มฉกรรจ์มันสามารถทำหน้าที่ไล่ต้อนฝูงสัตว์ให้นายพรานได้อย่างยอดเยี่ยม นายพรานจึงนำมันไปด้วยทุกครั้งที่ออกล่าสัตว์ จนเมื่อมันแก่ชราเรี่ยวแรงถดถอยและเขี้ยวที่เคยแข็งแรงก็โยกคลอน แต่นายพรานก็ยังให้มันทำหน้าที่เหมือนเช่นเดิม

วันหนึ่งเมื่อพบกับฝูงหมูป่า สุนัขล่าเนื้อพยายามกระโดดเจ้างับใบหูของหมูป่าตัวหนึ่งเอาไว้ แต่ฟันที่โยกคลอนของมันเกิดหักทำหมูป่าสะบัดหลุดวิ่งหนีไปได้ นอกพรานเสียดายหมูป่าจึงด่าว่าสุนัขของตนอย่างรุนแรง

“ท่านอย่าตำหนิด่าว่าข้าเลย” สุนัขกล่าวกับนายพราน “ข้าจะตั้งใจปล่อยให้หมูป่าหลุดไปก็หาไม่ แต่ด้วยสังขารอันแก่ชราทำให้ไม่อาจทำหน้าที่ได้ดีเหมือนก่อน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข้าก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วมิใช่หรือว่า ข้าเป็นสุนัขล่าเนื้อที่ท่านพึงพอใจ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่าดูหมิ่นผู้ชราว่าไร้ค่าเพราะในอดีตเขาเคยทำคุณประโยชน์เอาไว้มากมาย

8/27/2554

เพลงหากว่าเรากำลังสบาย

 

หากว่าเรากำลังสบาย…….จงตบมือพลัน  (ซ้ำ)
หากว่าเรากำลังมีสุข หมดเรื่องทุกข์ใด ๆ ทุกสิ่ง
จะมัวประวิงอะไรกันเล่า……. จงตบมือพลัน  (ปับ ปับ)


                        - กระทืบเท้า
                        - ผงกหัว
                        - จงส่งเสียงดัง
                        - จงออกท่าทาง

 

 

เพลงหากว่าเรากำลังสบาย

7/31/2554

เพลงลูกเสือจับมือ

เพลงลูกเสือจับมือ

 

เพลงลูกเสือจับมือ

ลูก เสือเขาไม่จับมือขวา ยื่นซ้ายมาจับมือกันมั่น มือขวาเขาใช้เคารพกัน (ซ้ำ)

ยื่นซ้ายออกมาพลันจับมือ จับมือจับมือเขาหมายถึงมิตร เหมือญาติสนิทควรคิดยึดถือ

ยิ้มด้วยเวลาจับมือ (ซ้ำ)

เพราะพวกเราคือลูกเสือด้วยกัน

 

(ซ้ำทั้งหมด)

 

7/22/2554

นิทานก่อนนอนทำไมยอดพลูจึงมีพิษ

ทำไมยอดพลูมีพิษ

 

 

 ทำไมยอดพลูจึงมีพิษ

คนไทยสมัยก่อนที่ยังกินหมาก เมื่อเวลามวนพลูจะเด็ดหางแหลมของใบพลูทิ้งไป เพราะเชื่อว่าหางแหลมหรือยอดใบพลูนี้มีพิษ

ดังเรื่องเล่าว่า มีเด็กกำพร้าผู้หนึ่งมียายแก่นำไปเลี้ยงจนโตและเรียกชื่อว่า ท้าวกำพร้า ท้าวกำพร้าเป็นคนมีบุญ มีความสามารถสร้างหลักฐานได้ เขามีภรรยาสวยงามมากและมีเพื่อสนิทเป็นผีชื่อ ผีน้อย

ภรรยาของท้าวกำพร้าสวยมากจนพระอินทร์หลงรักจะนำนางไปเป็นมเหสี

แต่นางเป็นมนุษย์จึงยังนำไปไม่ได้ ต้องให้นางตายก่อน แล้วจึงจะนำวิญญาณไป พระอินทร์จึงให้สัตว์ต่าง ๆ มาประชุมหาวิธีที่จะนำวิญญาณของนางมา ผีน้อยเพื่อนของท้าวกำพร้าก็ไปร่วมประชุมด้วย

ผีน้อยจึงแอบถามถึงวิธีที่สัตว์เหล่านั้นจะนำวิญญาณนางมา แล้วผีน้อยก็รีบมาบอกนางให้แก้ไข สัตว์ตัวแรกคือแมงป่อง จะซ่อนอยู่ที่กองฟืน พอนางหยิบฟืนจะไปหุงข้าว แมงป่องก็จะต่อยนางตาย

เมื่อนางทราบดังนี้ก็รีบฆ่าแมงป่องเสียก่อน สัตว์ตัวที่สองคืองูเห่าจะซ่อนตัวอยู่ในหม้อนึ่งข้าว เมื่อนางยกหม้อจะขึ้นตั้งบนเตา งูเห่าก็จะกัดนางให้ตาย เมื่อนางได้ทราบก่อนจึงเอาถามปิดปากหม้อ แล้วยกหม้อขึ้นตั้งไฟ งูเห่าก็ถูกต้มจนตาย สัตว์ตัวที่สามคือนกแสก จะร้องเรียกขวัญของนางให้ออกจากร่างแล้วนำขึ้นไปถวายพระอินทร์

ผีน้อยไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรจึงบอกท้าวกำพร้ากับภรรยาว่า ถ้านางตายแล้วอย่าเพ่อรีบฝังหรือเผา ให้เก็บศพไว้ก่อน ผีน้อยจะหาวิธีแก้ไขให้ฟื้น

เมื่อนกแสกมาเรียกและนำขวัญของนางขึ้นไปถวายพระอินทร์ พระอินทร์ดีพระทัยมาก จัดงานเลี้ยงเป็นการใหญ่

ผีน้อยรับอาสาเป็นผู้เทเหล้าและได้มอมนกแสกจนเมา ผีน้อยก็อาสานำนกแสกกลับบ้าน โดยใส่ลงในข้องปลา

แล้วนำนกแสกมาที่บ้านท้าวกำพร้า ผีน้อยบังคับให้นกแสกเรียกขวัญของนางกลับมา มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย

นกแสกจึงเรียกขวัญของนางมา นางก็ฟื้น ผีน้อยจึงนำนกแสกกลับไป ระหว่างทางผีน้อยถามว่านกแสกมีฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์เรียกขวัญได้นี้ ฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหน

นกแสกหลงกลก็ตอบว่าอยู่ที่ปลายลิ้น ผีน้อยขอให้แลบลิ้นให้ดู พอนกแสกแลบลิ้นออกมาผีน้อยก็เอามีดตัดปลายลิ้น

เลือดที่ลิ้นหยดไปถูกปลายพลู จึงถือว่าที่ปลายใบพลูมีพิษ เวลาจะรับประทานต้องเด็ดหางแหลมของใบพลูออกเสียก่อน ตั้งแต่นั้นมานกแสกก็ไม่สามารถเรียกขวัญใครได้เพราะปลายลิ้นขาดเสียแล้ว

นิทานเรื่องเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของนิทานไทย

7/11/2554

ชาวนาผู้มีความสุข

ชาวนาผู้มีความสุข

นิทานก่อนนอน ชาวนาผู้มีความสุข

 

ชาวนาคนหนึ่ง มีเสื้อผ้าชุดเดียว วันหนึ่งในฤดูหนาวเขาเปลือยกายท่อนบน นั่งอาบแดดในยามเช้า เขารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เขาบอกกับภรรยาว่า

“ไม่มีใครรู้ว่าการถอดเสื้อผิงแดดยามเช้านั้นมันอบอุ่นและเป็นสุขอย่างมาก ฉันจะไปเปิดเผยความรู้นี้แก่ผู้ครองนคร คงจะได้รับรางวัลอย่างแน่นอน”

เรื่องนี้รู้ไปถึงเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งอยู่ในหมู่บ้านนั้น เศรษฐีผู้นี้เล่าเรื่องให้ฟังว่า

“นานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งเคยกินแต่อาหารเลว ๆ เช่น ถั่ว เผือก มัน ผัก และหน่อไม้ตามป่า เขาไปบอกพวกเศรษฐีในเมืองให้ลองกินบ้าง

พวกเศรษฐีกินเข้าไป แล้วเกิดท้องเสีย จึงด่าว่าชายหนุ่มคนนั้นต่าง ๆ นานา เรื่องของชาวนาไม่ใส่เสื้อผิงแดดก็เหมือนกับชายที่กินอาหารเลว ๆ คนนี้แหละ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การที่จะให้ใครชอบเหมือนเรานั้นเป็นไปไม่ได้

เพราะต่างคนต่างจิตต่างใจ

5/27/2554

ตำนานหอยสังข์

ตำนานหอยสังข์

หอยสังข์

 

สังขอสูรเป็นยักษ์ที่มีฤทธิ์มาก สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ และดำลงไปในมหาสมุทรเมืองบาดาลได้

วันหนึ่งสังขอสูรเกิดอยากได้วิชาความรู้ที่จะทำให้ตนเก่งกล้ายิ่งขึ้น จึงไปขโมยคัมภีร์พระเวทของพระพรหมมา แล้กลืนคัมภีร์พระเวทเข้าไปในท้อง แล้ดำหนีไปหลบอยู่ใต้ทะเลลึก

การที่คัมภีร์พระเวทหายไป ทำให้โลกมนุษย์เดือดร้อน ฝนฟ้าไม่ตก เกิดความแห้งแล้งอดอยาก พระนารายณ์ จึงต้องไปตามคัมภีร์พระเวทคืนจากสังขอสูร

พระนารายณ์เนรมิตกายให้กว้างใหญ่เท่ามหาสมุทรแล้วควานหาสังขอสูรซึ่งแปลงตัวเป็นหอยสังข์ เมื่อควานพบหอยสังข์แล้ว พระนารายณ์บังคับให้สังขอสูรคายคัมภีร์พระเวทออกมา

แต่สังขอสูรไม่ยอมคาย พระนารายณ์จึงใช้พระหัตถ์ ข้างหนึ่งบรบสังขอสูร และพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในปากของสังขอสูร แล้วลากคัมภีร์พระเวทออกมา

ด้วยเหตุนี้หอยสังข์จึงมีร่องนิ้วมือของพระนารายณ์ติดอยู่ และที่ปากหอยสังข์จะเป็นร่องเล็ก ๆ เพราะพระนารายณ์ทรงลากคัมภีร์ออกมา

พราหมณ์จึงเชื่อว่าหอยสังข์เป็นหอยศักดิ์สิทธิ์ และได้นำหอยสังข์มาใช้ในพิธีมงคลต่าง ๆ เช่น หลั่งน้ำสังข์ในพิธีแต่งงาน และใช้สังข์เป่าในงานราชพิธี

นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของนิทานอินเดีย

4/27/2554

นกแจคดอว์และนกพิราบ

นกแจคดอว์และนกพิราบ

นิทานก่อนนอน

 

นกแจคดอว์ ตัวหนึ่งเห็นนกพิราบครอบครัวหนึ่งอาศัย อยู่ในรังที่มีอาหารมากมาย จึงย้อมขนเป็นสีขาวและบินไปหานกพิราบเหล่านั้นเพราะหวังจะได้รับส่วนแบ่งอาหารที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์จากพวกมัน

เนื่องจากนกแจคดอว์ไม่ได้ส่งเสียงร้อง นกพิราบทั้งหลายจึงคิดว่ามันเป็นพวกเดียวกัน และปล่อยให้เข้าไปในรัง

แต่แล้ววันหนึ่งนกแจคดอว์ก็ลืมตัวและเริ่มพูดคุย เมื่อพวกนกพิราบรู้ว่ามันเป็นใคร จึงขับไล่มันไปโดยใช้จะงอยปากอันแหลมคมไล่จิก

เมื่อประสบความล้มเหลวในการได้อาหารจากนกพิราบ นกแจคดอว์นี้ก็กลับไปหาฝูงนกแจคดอว์อีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อนกแจคดอว์ทั้งหลายเห็นขนสีขาวของมันซึ่งไม่เหมือนสีขนนกแจคดอว์จึงขับไล่มันไป และไม่ยอมให้อาศัยอยู่ด้วย

ดังนั้นนกแจคดอร์ตัวนี้จึงกลายเป็น “ผู้ที่ไม่พึงปรารถนา” ไปในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงเป็นตัวของตัวเอง เพราะการอยากเป็นผู้อื่นอาจจะทำให้เราเดือดร้อนในภายหลัง

4/16/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง ชายชรากับติ่งก้อนเนื้อ

ชายชรากับติ่งก้อนเนื้อ

นิทานก่อนนอนเรื่อง ชายชรากับติ่งก้อนเนื้อ

ชายชราคนหนึ่ง มีก้อนเนื้อใหญ่ห้อยติ่งออกมาที่แก้มขวา ไปหาหมอมาหลายคนแล้วก็ไม่สามารถจะเอาก้อนเนื้อนี้ออกได้

วันหนึ่ง ชายชราผู้นี้ก็เข้าป่าเพื่อฟืน ตอนเดินทางกลับบ้านเกิดพายุฝนตกหนัก จึงหลบเข้าไปในโพรงต้นไม้ต้นหนึ่ง เมื่อฝนหยุดตกแล้วเขาก็เดินออกมาจากโพรงต้นไม้…พบหมู่ผีออกมาเต้นรำ ชายชราก็เข้าไปเต้นรำกับหมู่ผีด้วย

พวกผีชอบใจการเต้นของชายชรามาก จึงบอกให้ชายชรามาเต้นใหม่ในวันพรุ่งนี้ พวกผีมีความเชื่อว่า “ก้อนเนื้อที่ห้อยออกมาจากแก้มขวาของชายชรานั้น ทำให้โชคดี” ดังนั้นพวกผีจึงใช้มือแตะก้อนเนื้อนั้นหลุดติดมือไปเป็นของประกัน เพื่อให้ชายชราจะได้มาเต้นรำให้ดูในวันพรุ่งนี้

เมื่อชายชราเดินทางกลับบ้านก็ได้พบและคุยกับชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ชายที่มีติ่งก้อนเนื้อห้อยอยู่ที่แก้มซ้าย ซึ่งเขาก็อยากให้ผีเอาก้อนเนื้อนี้ออกบ้าง

เขาจึงเดินทางไปเต้นรำแทนชายชรา แต่เนื่องจากตัวเองเต้นรำไม่เป็น พวกผีเลยไล่กลับ พร้อมกับเอาก้อนเนื้อมาห้อยติดที่แก้วขวาด้วย ทำให้ชายผู้นี้มีก้อนเนื้อห้อยติดอยู่ทั้งแก้มซ้ายและแก้มขวา

ชายผู้นี้พูดกับตัวเองว่า “ต่อไปนี้ ข้าจะไม่อ้างตัวว่า เป็นคนอื่นอีกเป็นอันขาด”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงอย่าคิดอยากจะเป็นคนอื่น

การเป็นตัวของตัวเองนั้นดีที่สุดแล้ว

3/31/2554

เพลงลูกเสือ : เพลงก่อนจะจากกันไป

DSC05382

 

     เพลงก่อนจะจากกันไป

 

 

ก่อนจะจากกันไป
ก่อนจะจากันไป ขอฝากใจไว้กับทุก ๆ ท่าน (ซ้ำ)
ถึงตัวไป ใจนั้นไม่แปรผันและห่างไกล
แม้ว่าเราจากกัน ไม่ช้าพลันก็คงพบกันใหม  (ซ้ำ)
ขอโชคดีมีชัยหมดทุกข์โรคภัยตลอดกาล

 

 

เพลงก่อนจะจากกันไป

3/25/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง ตัวริ้นกับวัว

ตัวริ้นกับวัว

นิทานก่อนนอนเรื่องตัวริ้นกับวัว

ริ้นเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ แต่กัดเจ็บ วันหนึ่งมันบินไปจับที่เขาวัวพลางพูดกับวัวว่า

“ขอโทษทีเถอะนะพี่วัว ที่ฉันทำให้พี่ต้องรับน้ำหนักตัวของฉันเพิ่มขึ้น หากพี่รู้สึกหนักจนทนไม่ไหวละก็รีบบอกมาได้เลย ฉันจะได้บินไปเกาะที่อื่น”

วัวรู้สึกหมั่นไส้จึงตอบไปว่า “ตามสบายเลยน้องเอ๋ย พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องบินมาเกาะตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉะนั้นน้องจะอยู่หรือจะไปจากตัวพี่ พี่ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ที่ยิ่งต่ำต้อยเท่าใดมักยิ่งทะนงเย่อหยิ่งและหลงตนมากเท่านั้น

3/16/2554

นิทานก่อนนอน ราชสีห์ ตัวเห็บ และแมงมุม

นิทานก่อนนอน ราชสีห์ ตัวเห็บ และแมงมุม

ราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่ามีความหยิ่งผยองในอำนาจและพละกำลังของตนเอง มักจะแสดงอาการดูหมั่นเหยียดหยามสัตว์อื่น ๆ อยู่เสมอ วันหนึ่งเมื่อตัวเห็บได้รับการดูหมิ่นดูแคลนจากราชสีห์มันรู้สึกเจ็บแค้นใจมากจึงประกาศสงครามกับเข้าป่าอย่างไม่หวั่นเกรง

“คอยดูเถอะ…ข้าจะทำให้ท่านต้องร้องครวญครางด้วยความคั่งแค้น เหมือนดังที่ข้าเคยเอาชนะวัวมาแล้ว” เห็บคุยอวดตัว แล้วมันก็กระโจนเกาะขนของราชสีห์แทรกตัวเข้าไปจนถึงต้นคอซึ่งเป็นเนื้ออ่อนและกัดเพื่อดูดเลือด

ราชสีห์ได้รับความเจ็บปวดส่งเสียงร้องลั่นป่า พยายามดิ้นและกลิ้งตัวไปมา แต่ไม่สามารถทำอันตรายต่อตัวเห็บที่มีขนาดเล็กได้ เห็บได้ใจจึงย้ายไปกัดที่รูจมูกและใบหูด้านใน ราชสีห์ยิ่งคลุ้มคลั่งส่งเสียงร้องคำรามกระโจนไขว่คว้าอากาศจนในที่สุดก็ถึงกับนอนกลิ้งเกลือกตัวไปมา สัตว์อื่น ๆ พากันเตลิดหนีด้วยความตกใจกลัว แต่เห็บกลับกระโดดออกมายืนบนกิ่งไม้ อย่างผู้ชนะเมื่อเห็นราชสีห์นอนหมอบอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

“เห็นหรือยังล่ะว่าเขี้ยวเล็บที่แหลมคมและพลังอันมหาศาลของท่านไม่อาจต้านทานข้าได้ ในเมื่อแม้แต่ผู้เป็นเจ้าป่าข้ายังสยบลงได้ ต่อแต่นี้ไปจะไม่มีใครกล้ามาอวดเบ่งกับข้าอีกอยากรู้นัก”

กล่าวจบเจ้าเห็บผู้ทระนงก็กระโดดจากไป แต่โชคร้ายเหลือเกินที่มันกระโจนเข้าไปติดใยแมงมุมที่ขึงดักเหยื่อไว้บนต้นไม้ที่มันยืนอยู่นั่นเอง เจ้าแมงแมงไม่รอช้ารีบเข้ามาจัดการกับเหยื่อในเวลาอันรวดเร็ว

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ไม่ควรหยิ่งผยองในพลังอำนาจและชัยชนะของตน เพราะยังมีผู้อื่นที่เหนือกว่าเรา

3/07/2554

เพลงแม่สะเรียง

 

เพลงแม่สะเรียง

 

เรียมยินเสียง แม่สะเรียงร้องเรียก สาดน้ำตัวเปียก ฉ่ำเมื่อวันด่ำหัว

เย็นระรื่นชื่นกาย ผ่อนคลายที่ได้หมองมัว โอ้เจ้าสายบัวพี่จำจากเจ้าไกล

พี่รักห่วงใยแม่สะเรียง อกเรียมตรม ระทมเพราะห่วงอาลัย (ซ้ำ)

ใจนางหนอนัดให้รอ ณ ศรีสะเกษ เสาะหาทั่วเขต ก็ไม่พบทรามวัย จวนจะค่ำรอนๆ งามงอนไปอยู่แห่งใด เรียมรอสายใจ

ณ ริมห้วยน้ำคำ ที่นัดประจำของเรา

อกเรียมตรม ระทมเพราะห่วงนงเยาว์ (ซ้ำ)

 

Download this Media File - (Right Click)

3/03/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง นกกระจอกลิ้นขาด

นกกระจอกลิ้นขาด

นิทานก่อนนอนเรื่อง นกกระจอกลิ้นขาด

นานมาแล้ว มีตากับยายเลี้ยงนกกระจอกไว้ตัวหนึ่ง ตานั้นรักนกกระจอกมาก ส่วนยายไม่รักเลย

อยู่มาวันหนึ่ง ตาเข้าป่าไปหาผลไม้ ส่วนยายเฝ้าไว้ในขัน ฝ่ายนกกระจอกนึกว่ายายเอาแป้งมันใส่แป้งมันไว้ในขัน ฝ่ายนกกระจอกนึกว่ายายเอาแป้งมันใส่ขันไว้ให้มันกิน นกกระจอกก็เลยกินเสียหมดขัน ยายรู้เข้าก็โกรธ จึงตัดลิ้นนกกระจอก แล้วไล่ให้ไปอยู่ในป่า

เมื่อตากลับจากป่า ไม่พบนกกระจอก พอรู้เรื่องจากยายว่ายายได้ตัดลิ้นแล้วไล่เข้าป่าไปแล้ว ก็เสียใจมาก จึงออกไปตามหาในป่า

ในที่สุดก็พบนกกระจอกตัวนั้น นกกระจอกก็เลี้ยงอาหารและร้องเพลงให้ตาฟังและก่อนที่ตาจะกลับบ้านนกกระจอกก็นำของขวัญมามอบให้ตา โดยเอาหีบ 2 ใบ มาให้ตาเลือก ในหนึ่งหนักและอีกใบหนึ่งเบา ตานั้นเป็นคนเจียมสังขาร ไม่โลภมาก จึงเลือกหีบที่เขา เมื่อนำหีบใบนั้นมาถึงบ้านก็เปิดดู ปรากฏว่าในหีบมี ทองคำ เพชร พลอย มากมาย

ฝ่ายยายเมื่อตาเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดก็เกิดความโลภอยากได้หีบใบหนัก จึงเดินทางเข้าป่าไปหานกกระจอกทันที นกกระจอกก็แสนดี ยกหีบ ๒ ใบ ออกมาให้ยายเลือก ยายก็เลือกหีบใบที่หนักเพราะอยากได้สมบันติมากกว่าตาที่ได้ไป

ระหว่างเดินทางกลับบ้านนั้นยายอยากรู้ว่าหีบที่หนักแสนหนักนี้จะมีอะไร อดใจไว้ไม่ได้จึงเปิดดูก็ปรากฏว่า มีงูเต็มไปหมด ยายถึงกับร้องลั่น… วิ่งหนีเอาตัวรอดมาได้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยายก็ประพฤติตนเป็นคนดี มีเมตตา ไม่โลภมาก และมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ประกอบแต่ กรรมดีตลอดมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ความเป็นคนดี ความไม่โลภ อาจจะช่วยให้อายุยืนขึ้น

2/20/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง หนูกับหอยมุก

หนูกับหอยมุก

นิทานก่อนนอนเรื่องหนูกับหอยมุก

 

หนูโง่ตัวหนึ่งมีความคิดว่ามันควรจะออกท่องเที่ยวไปในโลกกว้างเพื่อหาประสบการณ์ชีวิต ตอนแรกอยากชวนหนูตัวอื่น ๆ ไปด้วยแต่เกรงว่าจะเป็นภาระยุ่งยาก จึงตัดสินใจที่จะเดินทางตามลำพัง หลังจากกล่าวคำอำลาท้องทุ่งอันเป็นถิ่นเกิดแล้ว มันได้เริ่มออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่นานนักก็พบกับจอมปลวกขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางท้องทุ่ง

“โอ…ภูเขา มันคือภูเขานั่นเอง” หนูอุทานอย่างตื่นเต้น “เชื่อเถิดว่ายกเว้นข้าแล้ว ยังไม่มีหนูตัวใดได้เห็นภูเขาจริง ๆ นอกจากได้ยินคำบอกเล่าเท่านั้น”

หนูผู้โง่เขลา เดินต่อไปได้ไม่นานก็พบกับบึงน้ำใหญ่ “ทะเล โอ…นี่นะหรือท้องทะเลอันน่ารื่นรมย์ พนันได้เลยว่ายกเว้นข้าแล้ว ยังไม่มีหนูตัวใดเดินทางมาถึงทะเล นอกจากได้ยินคำบอกเล่าเท่านั้น”

เดินเลาะชายฝั่งไปอีกไม่ไกล หนูผู้โง่เขลาก็มาถึงชายละเทจริง ๆ “มหาสมุทร โอ…นี่คือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล รับรองได้เลยว่ายกเว้นข้าแล้ว ยังไม่มีหนูตัวใดเดินทางมาถึงมหาสมุทร นอกจากได้ยินคำบอกเล่าเท่านั้น”

ขณะเดินอยู่บนชายหาด หนูผู้โง่เขลาเห็นหอยมุกจำนวนมาก อ้าเปลือกออกนอนตากแดดอยู่ “ในนั้นต้องมีอาหารรสเลิศ นอกจากข้าแล้วคงไม่มีหนูตัวใดเคยได้กินแน่”

หนูผู้โง่เขลาวิ่งมาหยุดยืนชะเง้อคอเข้าไปในเปลือกหอย หอยมุกหุบเปลือกลง งับเอาหนูเข้าไปขังไว้ภายในทันที

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนโง่เขลามักเข้าใจว่าตนเองฉลาด แต่กลับไม่รู้ตัวว่ากำลังอยู่ในอันตราย

2/09/2554

เพลงแจวเรือพายเรือ

เพลงแจวเรือ

 

 

เพลงแจวเรือพายเรือ

 

แจว ๆ ๆ แล้วก็พาย ๆ ๆ ( ซ้ำ ) แสนสนุกสุขสบาย เมื่อลงเรือพายเรือแจว

พาย ๆ ๆ แล้วก็แจว ๆ ๆ ( ซ้ำ ) แสนสนุกสุขสบาย เมื่อลงเรือแจวเรือพาย

 

เพลงแจวเรือพายเรือ

2/02/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง เทพารักษ์กับคนขับเกวียน

เทพารักษ์กับคนขับเกวียน

นิทานเรื่อง เทพารักษ์กับคนขับเกวียน

ชายผู้หนึ่งขับเกวียนไปติดหล่มอยู่ในป่า ขณะนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำ เขาจึงเกรงว่าจะต้องตกเป็นอาหารของสัตว์ร้ายที่ออกหากินในเวลากลางคืน จึงรีบลงจากเกวียนคุกเข่าสวดมนต์อ้อนวอน เทพารักษ์ได้ปรากฏกายขึ้น พร้อมบอกวิธีเอาเกวียนขึ้นจากหล่ม

“อย่ามัวสวดอ้อนวอนให้ผู้อื่นช่วยอยู่เลย จงโกยโคลนออกจากหล่ม เอาไม้แข็ง ๆ มารอง และใช้บ่าของเจ้าสอดเข้าไปใต้คานแล้วออกแรงยก”

เมื่อชายผู้นั้นกระทำตามที่เทพารักษ์แนะนำ พร้อมสั่งให้โคออกแรงฉุดลากก็สามารถนำเกวียนขึ้นจากหล่มได้ในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงช่วยเหลือตัวเองก่อนแล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงจะช่วยท่าน

1/23/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง ลูกเขยของราชสีห์

ลูกเขยของราชสีห์

นิทานก่อนนอนเรื่อง ลูกเขยของราชสีห์

ราชสีห์ตัวหนึ่งพลาดติดบ่วงบาศของนายพราน หนูหนุ่มตัวหนึ่งได้ยินเสียงร้องจึงวิ่งมาดูเหตุการณ์ ราชสีห์อ้อนวอนขอให้ช่วยโดยสัญญาว่าจะให้ทุกสิ่งที่หนูต้องการ

“ขอบใจเจ้ามาก” ราชสีห์กล่าวเมื่อหนูช่วยกัดบ่วงบาศให้จนเป็นอิสระ “เอาละ คราวนี้ไหนลองบอกมาซิว่าอยากได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน”

“ข้าแต่ท่านเจ้าป่า” หนูกล่าวด้วยความมั่นใจ “ข้าใฝ่ฝันมานานแล้ว ว่าจะได้แต่งงานกับลูกสาวของท่าน”  ราชสีห์รู้สึกโกรธมาก แต่เพื่อไม่ให้เสียสัจจะ จึงจำต้องยอมให้หนูแต่งงานกับลูกสาวของตน เมื่อหนูย้ายมาอยู่ในถ้ำร่วมกับครอบครัวของราชสีห์ได้ไม่นาน ชะตาของมันก็ถึงฆาต ทั้งนี้เพราะลูกสาวของราชสีห์เผลอเหยียบไปบนร่างของหนูเป็นสามีโดยมิได้เจตนา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ไม่รู้จักการควร คิดหวังในสิ่งที่เกินกำลังความสามารถของตน นอกจากไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว  สิ่งนั้นยังเป็นผลร้ายกับตนอีกด้วย

1/20/2554

เพลงลูกเสือ เพลงวันนี้ยินดี

เพลงลูกเสือ เพลงวันนี้ยินดี
 
วันนี้ยินดี ที่เราได้มาพบกัน วันนี้ยินดี ที่เราได้มาพบกัน ยินดี ยินดี ยินดี
มาเถิดหนา เรามาร่วมสนุก ปลดเปลื้องความทุกข์ ให้มันสิ้นไป
มาเถิดหนา เรามาร่วมจิต ช่วยกันคิดทำ ให้การลูกเสือเจริญ

 

                         

1/18/2554

เพลงลูกเสือ เพลงเดี๋ยวเดียว

เดี๋ยวเดียวเจอะกันประเดี๋ยวเดียว  สนิทสนมกลมเกลียวเดี๋ยวเดียวก็รักกันได้ (ซ้ำ)

แปลกใจเรารักกันได้อย่างไร (ซ้ำ)          

เรารักกันได้เพราะลูกเสืออย่างเดียว

 

(ซ้ำทั้งหมด )

 

 

 

 

1/16/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง ลูกนก

ลูกนก

นิทานก่อนนอนเรื่องลูกนก

 

 

มีลูกนกอยู่คู่หนึ่ง อาศัยอยู่ในรังบนต้นไม้ ซึ่งอยู่กลางระหว่างสำนักพระฤาษีกับหมู่บ้านโจร พ่อแม่นกต้องคอยหาอาหารมาป้อนทุกวัน

คืนหนึ่งมีพายุแรงพัดเอาลูกทั้งสองต้องพลัดพรากจากกัน

นกตัวหนึ่งตกลงไปอยู่ในสำนักพระฤาษี ก็ได้รับการอบรม สั่งสอน ฝีกฝนแต่ในทางดี พูดจาไพเราะมีจิตใจมั่นคง โอบอ้อมอารีต่อเพื่อนบ้าน

ส่วนลูกนกอีกตัวหนึ่งถูกพายุพัดตกลงไปในบ้านโจร ก็ได้รับการอบรมแนะนำแต่ในทางเลว เช่น ลักขโมย พูดจาหยาบคาย ปากจัด มีจิตใจดุร้าย อาฆาตพยาบาท เป็นต้น

วันหนึ่ง มีพระราชาพระองค์หนึ่งเดินทางหลงทางเข้ามานอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ในแดนโจร นกตัวที่อยู่กับโจรพูดขึ้นว่า “เออ ! ดีแล้ว วันนี้มีคนมานอนหลับอยู่ในถิ่นของเรา เราต้องฆ่าเสียให้ตาย”

พระราชาได้ยินก็ตกใจ รีบหนีผ่านไปทางสำนักพระฤาษี

นกตัวที่อยู่กับพระฤาษีก็ออกมาทักทายว่า “เชิญพักผ่อน ดื่มน้ำและหลับนอนที่นี่ได้ ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ”

พระราชาก็เข้าไปนอนหลับใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับสำนักพระฤาษี เมื่อตื่นขึ้นมาก็คิดในใจว่า “นกสองตัวนี้มีนิสัยแตกต่างกันมากจริง ๆ ตัวหนึ่งใจร้าย แต่อีกตัวหนึ่งใจดี”

แล้วพระราชาก็เข้าไปหาพระฤาษี เพื่อขอนกที่พระฤาษีเลี้ยงไว้

พระราชาได้นำนกผู้มีอัธยาศัยดีตัวนี้ไปเลี้ยงไว้ในพระราชวัง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

สิ่งแวดล้อมที่ดีจะทำให้ชีวิตรุ่งโรจน์

ส่วนสิ่งแวดล้อมเลวจะทำให้ชีวิตอับเฉา

1/07/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง หมาจิ้งจอกกับฝูงไก่งวง

หมาจิ้งจอกกับฝูงไก่งวง

นิทานก่อนนอนเรื่อง หมาจิ้งจอกกับฝูงไก่งวง

หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นไก่งวงพากันขึ้นไปนอนหลับอยู่บนต้นไม้ใหญ่

มันพยายามวนเวียนอยู่ใต้โคนไม้เพื่อหากินเหยื่อ

บรรดาไก่งวงเมื่อรู้ว่ามีหมาจิ้งจอกอยู่ข้างล่างต่างแตกตื่นตกใจคอยระแวดระวังภัยไม่เป็นอันได้หลับได้นอน

หมาจิ้งจอกพยายามพบกวนและหลอกล่อ บางทีวิ่งไปแอบในพุ่มไม้ บางครั้งวิ่งมากระโจนทำทีจะปีนขึ้นไปจับเหยื่อ

บางคราวส่งเสียงเห่าหอน และทำอาหารต่าง ๆ อีกมากมาย

ซึ่งทำให้พวกไก่งวงยิ่งแตกตื่นและหวาดกลัว

ในที่สุดไก่งวงตัวหนึ่งก็พลัดตกลงมา หมาจิ้งจอกจึงคาบไปเป็นอาหารได้ในที่สุด

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เมื่อยู่ในสถานการณ์อันตรายจงควบคุมสติตัวเองไว้ให้มั่น เพราะยิ่งตกใจแตกตื่นมากเท่าใดก็ยิ่งเป็นภัยกับตนเองมากเท่านั้น

1/04/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง หมาจิ้งจอกกับกา

หมาจิ้งจอกกับกา

นิทานก่อนนอนเรื่อง หมาจิ้งจอกกับกา

กาตัวหนึ่งขโมยชิ้นเนื้อที่ชาวบ้านตากไว้ คาบบินมาเกาะบนต้นไม้ใหญ่ หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งผ่านมานึกอยากจะได้เนื้อชิ้นนั้นเป็นอาหาร มันจึงแกล้งกล่าวคำเยินยอไปว่า “อา…เจ้าช่างเป็นนกที่งามสง่าอะไรเช่นนี้ ด้วยขนปีกที่เป็นเงางามระยับ ดวงตาที่คมวาว ลำคอที่ระหงเหมือนดังนกยูง นี่หากเสียงร้องเจ้าไพเราะเหมือนนกการเวกด้วยแล้วละก็ เชื่อว่า ในโลกนี้ไม่มีผู้ใดเทียบเท่าเจ้าได้แน่”

กาได้ยินคำของหมาป่าเกิดหลงลืมตัว อ้าปากจะส่งเสียงอวดทำให้ชิ้นเนื้อหล่นลงสู่พื้น

“อ้อ…แต่ข้าลืมบอกเรื่องสำคัญให้รู้ นั่นคือ…หากในสมองของเจ้าบรรจุไว้ด้วยความว่างเปล่าเหมือนลูกโป่งที่มีแต่ลม ความสวยงามที่กล่าวชมเชยไว้ในตอนแรก มันก็หาประโยชน์อันใดมิได้”

กล่าวจบหมาจิ้งจอกก็คาบชิ้นเนื้อเดินจากไป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

หากไม่อยากสูญเสียและถูกเย้ยหยันอย่าหลงเชื่อลมลวงคำเยินยอจากผู้ที่หวังประโยชน์จากเรา

1/03/2554

นิทานก่อนนอนเรื่อง แม่แพะกับลูกแพะและหมาป่า

แม่แพะกับลูกแพะและหมาป่า

 

นิทานเรื่อง แม่แพะกับลูกแพะและหมาป่า

 

 

ก่อนที่แม่แพะจะออกจากถ้ำไปหาหญ้ากิน เพื่อให้เต้านมของมันมีนมไว้สำหรับเลี้ยงลูกอ่อน ได้สั่งกับลูก ๆ ว่า “พวกเจ้าอย่าออกไปเล่นซุกซนข้างนอก เพราะหมาป่ามันคอยจ้องจะจับลูกแพะที่ไม่มีผู้ใหญ่ดูแลไปกิน และเมื่อได้ยินแม่ตะโกนว่า ข้าเกลียดหมาป่า เจ้าจึงค่อยเปิดประตูรับ จงจำไว้ให้ดี”

บังเอิญในขณะนั้นหมาป่าตัวหนึ่งเดินผ่านมาได้ยินเข้าได้ยินพอดี มันจึงแอบซุ่มอยู่หลังโขดหิน รอจนแม่แพะออกไปจากถ้ำ แล้วจึงรีบเคาะประตูและตะโกนว่า “ข้าเกลียดหมาป่า” แล้ววิ่งไปแอบอยู่ด้านข้าง หมายกระโจนเข้าไปในถ้ำทันทีที่ลูกแพะเปิดประตู

ลูกแพะสงสัยว่าแม่เพิ่งออกไปทำไมถึงกลับมาเร็วนัก จึงแอบดูทางรอยแตกของประตูถ้ำ เมื่อมองไม่เห็นแม่จึงตะโกนถามว่า “นั่นแม่ใช่หรือเปล่า ไหนลองยกขามาให้หนูดูหน่อยซิ เพราะขาของแม่มีขนสีขาว ถ้าไม่เห็นกับตาจนแน่ใจหนูจะไม่ยอมเปิดประตูเด็ดขาด”

หมาป่าไม่กล้าสวมรอยเป็นแม่แพะ เพราะขาของมันไม่มีขาสีขาว เดินวนเวียนอยู่ครู่หนึ่งเมื่อแน่ใจว่าลูกแพะไม่หลงกลเปิดประตูออกมาจากถ้ำแน่ มันจึงจำตัดใจเดินจากไปอย่างผิดหวัง ลูกแพะแอบดูทางรอยแตกของประตู เมื่อรู้ว่าตนปลอดภัยเพราะหมาป่าหนีไปแล้วต่างก็ส่งเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้มีความระมัดระวังรอบคอบย่อมพบกับความปลอดภัย

Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top