10/30/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง ราชาลิงและนักเดินทาง

ราชาลิงและนักเดินทาง

 

นิทานก่อนนอนเรื่อง ราชาลิงและนักเดินทาง

 

ชาย ๒ คนเดินทางไปด้วยกัน คนหนึ่งไม่เคยพูดความจริงเลย ส่วนอีกคนไม่เคยพูดโกหกเลย ในที่สุดทั้งสองก็เดินทางมาถึงดินแดนของฝูงลิงไม่มีหาง

เมื่อราชาแห่งฝูงลิงไม่มีหางได้ข่าวการมาเยือนของชายทั้งสองจึงสั่งให้นำพวกเขาเข้ามาพบ เนื่องจากต้องการทำให้แขกผู้มาเยือนประทับใจในความมหัศจรรย์ของตน ราชาลิงจึงต้อนรับชายทั้งสองโดยนั่งอยู่บนบัลลังก์และมีบรรดาทหารลิงยืนเรียงกันเป็นแถวยาวขนาบทั้ง ๒ ข้าง เมื่อนักเดินทางทั้งสองเข้ามาพบ ราชาลิงจึงถามพกเขาว่ามีความเห็นเกี่ยวกับมันในฐานะราชาลิงอย่างไร

นักเดินทางจอมโกหกตอบว่า “ท่านราชาลิง ทุกคนต้องเห็นว่าท่านเป็นราชาผู้มีอำนาจและสง่างามที่สุด”

“และท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับบริวารของข้า” ราชาลิงถามต่อ

“พวกเขาเหมาะสมกับท่านราชาลิงทุกประการ” นักเดินทางตอบ ราชาลิงพอใจในคำตอบของนักเดินทางจอมโกหกยิ่งนัก จึงมอบของขวัญที่งดงามมากให้เขาชิ้นหนึ่ง

นักเดินทางอีกคนหนึ่ง คิดว่าในเมื่อเพื่อนร่วมเดินทางของเขาได้รับรางวัลแสนงดงามจากการพูดโกหก ตัวเขาเองจะต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นจากการพูดความจริง ดังนั้นเมื่อราชาลิงหันมาทางเขาและถามว่า “แล้วท่านล่ะมีความเห็นอย่างไร”

นักเดินทางผู้ไม่เคยโกหกเลยตอบว่า “ข้าคิดว่าท่านเป็นลิงไม่มีหางที่งดงามมาก และบริวารทั้งหมดของท่านก็เป็นลิงไม่มีหางที่งดงามมากเช่นเดียวกัน” ราชาลิงโกรธจัดเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น มันสิ่งให้บริวารของมันเร่งเอาเขาออกไปกัดให้ถึงแก่ความตายทันที

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ควรรู้จักพูดให้ถูกกาละเทศะ

10/23/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง ผู้ใดผิดปกติ

ผู้ใดผิดปกติ

นิทานก่อนนอนเรื่อง ผู้ใดผิดปกติ

เด็กชายคนหนึ่ง มีความแปลกประหลาดไปจากเพื่อน ๆ กล่าวคือ

เขาจะได้ยินเสียงร้องไห้เป็นเสียงหัวเราะ

ได้ยินเสียงหัวเราะเป็นเสียงร้องไห้

เห็นสีขาวเป็นสีดำ

เห็นสีดำเป็นสีขาว

กลิ่นเหม็นก็บอกว่ากลิ่นหอม

กลิ่นหอมก็บอกว่ากลิ่นเหม็น

พ่อของเด็กชายคนนี้จึงเดินทางไปหาคนเก่งมารักษา

ระหว่างเดินทางคนนี้จึงเดินทางไปหาคนเก่งมารักษา

ระหว่างเดินทางอยู่นั้นก็พบเล่าจื้อ

จึงเล่าเรื่องความแปลกประหลาดของลูกชายของตนให้ฟัง

เล่าจื้อกล่าวว่า

“คนเราทุกวันนี้สับสนไปหมด ไม่รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก อะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษ สมมุติว่า คนทั้งโลกเป็นเหมือนลูกชายของคุณ ก็คุณนั่นแหละจะกลายเป็นคนผิดปกติ

จงจำไว้ว่า ความสุข ความทุกข์ ความผิด ความถูก ความงาม ความไม่งาม กลิ่น รส ไม่มีผู้ใดตัดสินยืนยันได้หรอก ทางที่ดีคุณรีบกลับบ้านเกิด อย่ามัวเสียเวลา เสียเงิน กับเรื่องผิดปกติของลูกชายเลย”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงอย่าคิดว่า ความคิดของผู้อื่นเป็นเรื่องผิด

เพราะคนเราย่อมไม่ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

10/19/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง ตะเกียงวิเศษ

ตะเกียงวิเศษ

นิทานเรื่องตะเกียงวิเศษ

มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนเกียจคร้านไม่ทำการงาน แต่มีรสนิยมสูง วันหนึ่งเขาจึงไปปรึกษาแม่ของเขา

“แม่ครับผมก็อายุมากแล้ว ผมอยากมีบ้านส่วนตัวอยู่สักหลังหนึ่ง”

“แล้วเอ็งจะให้ข้าทำอย่างไรล่ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันแกลองไปขอความช่วยเหลือหลวงตาทองดูซิ ท่านอาจจะช่วยแกได้ละมั้ง” แม่ของชายหนุ่มแนะนำ

“หลวงตาครับ ผมอยากมีบ้านสวย ๆ สักหลัง เป็นบ้านชั้นเดียวก็พอขนาด ๒ ห้องนอน ๓ ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องรับแขกแยกออกต่างหาก ถ้าจะมีโทรศัพท์ด้วยก็จะดีมากเลยครับ”

“เอาซิข้าจะช่วยเอ็ง”

“ขอบพระคุณมากครับ”

“เอ้าเอ็งเอาตะเกียงวิเศษใบนี้ไป” พูดแล้วพลางหยิบตะเกียง ส่งให้

“เป็นพระคุณอย่างสูงสุดครับ แล้วตะเกียงนี้ใช้อย่างไรครับ”

“เมื่อไปถึงบ้านเอ็งจงวางตะเกียงไว้บนแท่น จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชา นั่งอธิษฐานจิต

แล้วใช้มือถูข้าง ๆ ตะเกียงใบนี้สักพักหนึ่งจะมียักษ์ตนหนึ่งออกมาจากตะเกียง เอ็งอยากได้อะไรก็ขอเอาตามใจชอบ”

ชายหนุ่มคนนั้นรีบนำตะเกียงวิเศษกลับบ้านทันที เมื่อถึงบ้านเขาก็จัดการทำตามคำแนะนำของหลวงตาทองทุกอย่าง และแล้วก็บังเกิดควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากตะเกียง เมื่อควันจางลงยักษ์ตนหนึ่งก็เดินออกมาจากตะเกียง

“พี่เรียกผมมาทำไมครับ ผมพร้อมที่จะช่วยที่ทุกอย่าง” ยักษ์กล่าวอย่างนอบน้อม

“ข้าอยากได้บ้านสักหลัง เป็นบ้านชั้นเดียว ขนาด ๒ ห้องนอน ๓ ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องรับแขก ติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลังพร้อมโทรศัพท์” ชายหนุ่มรีบบอกสิ่งที่ต้องการ

“มีแค่นี้เองหรือพี่” ยักษ์ถาม

“เอาแค่นี้แหละ” ชายหนุ่มตอบ

ยักษ์ถอนหายใจยาว” แล้วกล่าวว่า

“อ้ายโง่ เอ๊ย ! ถ้าฉันสามารถเนรมิตบ้านสวย ๆ ได้ อย่างนั้นแล้วละก็ ฉันคงไม่ต้องมาซุกหัวนอนอยู่ในตะเกียงบ้า ๆ ใบนี้หรอก อึดอัดจะตาย”

ว่าแล้วยักษ์ก็หายวับเข้าไปในตะเกียงใบนั้น

ชายหนุ่มได้แต่นิ่งอึ้งงุนงงในคำพูดของยักษ์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ทุกคนควรพึ่งตนเองเป็นดีที่สุด อย่าไปหวังพึ่งคนอื่นเลย

เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากตัวของเราเอง

ดังศาสนสุภาษิตที่ว่า อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

10/12/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง นกอินทรีกับหมาจิ้งจอก

นกอินทรีกับหมาจิ้งจอก

นิทานก่อนนอนเรื่องนกอินทรีย์กับหมาจิ้งจอก

ในป่าแห่งหนึ่ง หมาจิ้งจอกกับนกอินทรีทำรังอยู่ที่ต้นไม้ต้นเดียวกัน ทั้งสองผูกไมตรีเป็นมิตรที่ดีต่อกันมาช้านาน นกอินทรีนั้นทำรังอยู่บนยอดไม้ ส่วนหมาจิ้งจอกขุดโพรงอยู่ที่โคนต้น อยู่ต่อมาไม่นานเมื่อหมาจิ้งจอกออกไปหากิน นกอินทรีได้แอบมาขโมยลูกหมาจิ้งจอกไปซ่อนไว้ในรังของมันเพื่อจะใช้เป็นอาหารเลี้ยงลูก ๆ ของตน แต่ยังรอดูท่าทีว่าหมาจิ้งจอกจะสงสัยตนหรือไม่

ฝ่ายหมาจิ้งจอกเมื่อกลับมาถึงที่อยู่เห็นลูกของตนหายไปและขนนกอินทรีตกอยู่ก็รู้ใครเป็นตัวการ จึงตะโกนทวงลูกคืนจากนกอินทรี นกอินทรีปฏิเสธหน้าตายบอกว่าตนไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหายไปของลูกหมาจิ้งจอก

หมาจิ้งจอกเห็นว่าหากพูดด้วยดี ๆ นกอินทรีคงไม่ยอมคืนลูกให้แน่ จึงวิ่งไปคาบเศษไม้ซึ่งติดไฟมาวางไว้ทีโคนต้นไม้แล้วเอาใช้ไม้สุมจนเกิดควันโขมง นกอินทรีเกรงว่าลูกของตนจะได้รับอันตรายจึงนำลูกของหมาจิ้งจอกมาคืนและขอร้องให้ดับไฟ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนพาลหรือทรราชย่อมกระทำความชั่วช้าเลวทรามโดยไม่เข้าใจความเดือดร้อนทุกข์ยากของผู้อื่น จนกว่าจะได้ประสบกับตนเอง

10/08/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง ชาวนากับสิงโต

ชาวนากับสิงโต

นิทานเรื่องชาวนากับสิงโต

ชาวนาผู้หนึ่งเห็นสิงโตพลัดหลงเข้ามาในเขตบ้าน จึงรีบปิดประตูรั้วที่ทำเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อกักขังไว้ สิงโตจึงจับแพะและแกะที่ชาวนาเลี้ยงไว้กินเป็นอาหารไปหลายตัว ชาวนาตกใจรีบเปิดประตูรั้วปล่อยให้สิงโตเข้าป่าไป แล้วนั่งบ่นเสียดายสัตว์เลี้ยงของตน

“สมน้ำหน้าเจ้านัก” เมียของชาวนากล่าวซ้ำเติม “ใครใช้ใช้ให้กักขังสัตว์ดุร้ายเอาไว้ในบ้าน คนอื่น ๆ แค่เห็นมันแต่ไกลเข้าก็พากันเปิดหนีไปแล้ว”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การคบคนชั่วและคนพาลก็เหมือนกับการเลี้ยงโจรเอาไว้ในบ้านเพราะมีแต่อันตรายและความสูญเสีย

Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top