7/31/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง หมูป่ากับหมาจิ้งจอก

หมูป่ากับหมาจิ้งจอก

หมูป่าน

 

 

หมูป่าตัวหนึ่งรูปร่างล่ำสัน มีเขี้ยวโง้งเป็นที่น่าเกรงขามของสัตว์ทั้งหลาย วันหนึ่งหมาจิ้งจอกเห็นหมูป่ากำลังลับเขี้ยวของตนอยู่กับต้นไม้ จึงแวะเข้าไปถามไถ่

“จะต้องลับเขี้ยวเล็บให้เสียเวลาทำไมกัน ในป่าแห่งนี้ไม่มีใครปราดเปรียวว่องไวไปกว่าท่าน อีกทั้งหมาล่าเนื้อหรือนายพรานก็ไม่เห็นเข้ามาหาเหยื่อแถวนี้เลย”

“แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะไม่มีภัยอันตรายมาถึงตัว” หมูป่ากล่าวตอบ “เมื่อถึงเวลานั้นค่อยคิดลับเขี้ยวเล็บของเจ้าย่อมไม่ทันการอย่างแน่นอน”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ความไม่ประมาท และการเตรียมพร้อม ย่อมสร้างหลักประกันให้แก่ตนเอง




7/29/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง เงากับลา

เงากับลา

donkey

ชายหนุ่มคนหนึ่งเช่าลาขี่เดินทางจากนครเอเธนส์ไปยังเมืองเมการา ระหว่างทางเมื่อถึงเวลาเที่ยงแดดร้อนจัดเพราะเป็นช่วงฤดูร้อน ชายหนุ่มจึงให้ลาหยุดพักแล้วลงไปนั่งหลบความร้อนใต้ร่มเงาของลา ผู้เป็นเจ้าของไม่ยอมเพราะถือว่าชายหนุ่มเช่าแต่ลาไม่ได้เช่าเงาของลาด้วย “ข้าจ่ายค่าเช่าแล้ว ย่อมมีสิทธิ์ในเงาของมันด้วย” ชายหนุ่มพยายามชี้แจง แต่เจ้าของลาไม่ยอมรับฟังจนทั้งสองเกิดการโต้แย้งทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกัน พักใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างหมดแรง ล้มตัวลงนอน มองหาลาแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของมัน เพราะลาเตลิดหนีไปขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กัน นับแต่นี้ไปชายหนุ่มจะต้องใช้เท้าเดินไปยังจุดหมาย ส่วนเจ้าของลาก็จะต้องหาซื้อลาตัวใหม่มาใช้งาน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

หากไม่รู้จักอะลุ้มอล่วยเพราะต่างเห็นแก่ผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ

อาจนำไปสู่การสูญเสียอย่างใหญ่หลวง




7/24/2553

เพลงส่งเสริมคุณธรรม เพลงเศษกระดาษ

 

 

 เพลงส่งเสริมคุณธรรม

 

 

 

เศษกระดาษเจ้าเอ๋ย  ใครละเลยโยนเจ้าทิ้งไว้

คนทิ้งก็ช่างใจร้าย    คนทิ้งละก้ช่างใจร้าย

ช่างน่าไม่อาย         ทิ้งไปทำไม

คนใดทิ้งผงเละเทอะ    ถ้าแม้นเราเจอะจะช่วยบอกให้

ทิ้งลงถังหรือลงหลุมเผา    ทิ้งลงถังหรือลงหลุมเผา

แล้วบ้านของเราจะสะอาดสมใจ

(ซ้ำทั้งหมด )

7/21/2553

เพลงศีล

                                                   เพลงศีล

image

ศีลนั้นหรือคือสิ่งที่ควรยึดมั่น   

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันทุกวันมีจิตคืดเมตตา         

ไม่เบียดเบียนกันให้ระอา

หลีกพ้นเถิดหนาอบายมุข

เกิดมาทำไม ใครเคยทราบไหมทำไมเกิดมา

เกิดเพื่อให้รู้ว่าทุกคนต่างมีหน้าที่ต่อกัน

ช่วยทำให้โลกสุขสรร

ช่วยกันเสริมสร้างเถิดหนา

เร่งทำดีให้ทุกนาทีมีคุณค่า

หากยึดธรรมะทุกเวลาจะเพิ่มคุณค่าแก่ชีวิตเรา

(ซ้ำทั้งหมด)




7/18/2553

เพลงความซื่อสัตย์

image

 

เพลงความซื่อสัตย์

ความซื่อสัตย์ เป็นสมบัติของคนดี หากว่าใครไม่มีชาตินี้เอาดีดีไม่ได้มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดถมไป คดโกงแล้วใคร จะรับไว้ให้ร่วมการงาน




7/15/2553

นิทานสอนลูกเรื่อง คำเตือนจากผู้อาวุโส

 

image

สุนัขป่าฝูงหนึ่งส่งตัวแทนไปเสนอข้อตกลงบางอย่างกับแกะฝูงหนึ่งเพื่ออยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขตราบชั่วกาลนานของทั้งสองฝ่าย ข้อเสนอนั้นคือให้ร่วมมือกันฆ่าฝูงสุนัขเลี้ยงแกะให้ตายทันที

บรรดาแกะที่โง่เขลาทั้งหลายต่างเห็นพ้องด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว แต่แกะชราตัวหนึ่งซึ่งประสบการณ์ชีวิตที่ยาวนานหลายปีได้สร้างสติปัญญาอันปราดเปรื่องให้มันพูดกับตัวแทนของพวกสุนัขป่าว่า “พวกเราจะหวังว่าจะอยู่ร่วมกับพวกเจ้าด้วยความสงบได้อย่างไร เพราะแม้จะมีฝูงสุนัขเลี้ยงแกะคอยกป้องอยู่ พวกเราก็ไม่เคยปลอดภัยจากการซุ่มโจมตีอันโหดร้ายของพวกเจ้าเลย !”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้

อย่าหลงเชื่อคำของศัตรูเพราะภัยอันตรายจะมาถึงตัว




7/14/2553

เพลงส่งเสริมคุณธรรม ความเกรงใจ

เพลงคุณธรรม

 

 

 

 

ความเกรงใจ

 

ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี  

ตรองดูซีทุกคนก็มีหัวใจ

เกิดเป็นคนถ้าหากไม่เกรงใจใคร

คนนั้นไซร้คุณธรรมประจำตน

( ซ้ำทั้งหมดอีกรอบ )




7/13/2553

นิทานสอนลูกเรื่อง นกยางผู้เย่อหยิ่ง

นกยางผู้เย่อหยิ่ง

 

นกยางตัวหนึ่งมีนิสัยเย่อหยิ่งและหลงตน ทุกวันมันจะเดินท่อม ๆ หาอาหารอยู่ริมฝั่งน้ำ มองเห็นเงาจะงอยปากคอและขาอันเรียวงาม อีกทั้งรูปร่างจะหงสะโอดสะองของตัวเองที่ปรากฏอยู่ในน้ำนกยางอดที่จะนึกกระหยิ่มอิ่มเอมใจไม่ได้ทุกคราวไป ครั้นเหลือบเห็นปลาช่อนกับปลาชะโดว่ายอยู่เคียงคู่กัน มันเกือบถลาเข้าจิกกินตามสัญชาตญาณ แต่พลันนึกได้ว่ายังไม่ถึงเวลาอาหารกลางวันนกยาง

“อย่าเพิ่งเลยดีกว่า” นกยางบอกกับตัวเอง “แม้เจ้าปลาสองตัวนี้จะกำลังโตได้ขนาดน่ากิน แต่การกินอาหารก่อนเวลาอันสมควรเช่นนี้ ไม่ใช่กิริยาของนกผู้ดีมีตระกูลอย่างเราเลยสักนิด”

เมื่อปล่อยให้ปลาช่อนและปลาชะโดว่ายผ่านหน้าไปอย่างไม่ใยดีแล้ว นกยางก็เดินเล่นต่อไปอย่างสำราญใจอีกพักใหญ่จนถึงเวลาเที่ยง มันเริ่มรู้สึกหิว มองลงไปในลำธารเห็นเพียงปลาเข็มตัวเล็ก ๆ ว่ายอยู่ในกลุ่มใหญ่

“รออีกสักนิดดีกว่า นกผู้ดีมีตระกูลอย่างเราจะกินปลาเข็มแบบนั้นเป็นอาหารได้อย่างไรกัน”

นกยางบอกกับตัวเองและพยายามเดินต่อไป มันรู้สึกหิวจนแสบท้อง แต่เมื่อเห็นเพียงปลาซิว จึงกัดฟันเดินไปได้อีกไม่ไกลนักก็ชักจะรู้สึกหน้ามืด สอดส่ายสายตามองหาอาหาร เห็นหอบทากเปลือกแข็งตัวโตอยู่ในเลน มันถลาเข้าจิกกินอย่างไม่สนใจต่อสายตาของนกทั้งหลายที่เกาะอยู่บริเวณนั้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เมื่อโชคลาภและโอกาสมารออยู่ตรงหน้าอย่าทำเพิกเฉยหยิ่งยโส เพราะเมื่อมันหลุดลอยผ่านเลยไปแล้วอาจจะต้องมานั่งเสียใจภายหลัง




7/12/2553

นิทานสอนลูกเรื่อง กวางกับลูกกวาง

กวางกับลูกกวาง

กวาง

กวางฝูงหนึ่งผู้เป็นหัวหน้าเริ่มแก่ชรา กำลังที่มีอยู่จึงเริ่มลดน้อยถอยลงไปทุกที ๆ แต่กระนั้นยังคงกระแทกขาใส่พื้นและส่งเสียงร้องอันดังด้วยความอาจหาญ  จนกวางตัวอื่น ๆ ในฝูงตกใจตื่นกลัวอยู่เสมอวันหนึ่งมีลูกกวางตัวหนึ่งเดินเข้าไปหาหัวหน้าฝูงผู้ชราของตน แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ท่านหัวหน้า ด้วยเหตุใด ผู้ที่มีร่างกายสูงใหญ่สง่างามและมีพละกำลังมหาศาลเช่นท่านรวมทั้งกวางทุกตัวในฝูง เมื่อเห็นหรือเพียงแต่ได้ยินเสียงสุนัขล่าเนื้อจึงต่างพากันวิ่งหนีไม่คิดรวมพลังกันใช้เขาอันสง่างามของพวกเราต่อสู้”

“ข้าก็เคยคิดเช่นเจ้า” กวางผู้เป็นหัวหน้าตอบด้วยเสียงราบเรียบ ด้วยตำแหน่งหัวหน้า ข้อย่อมต้องคิดปกป้องลูกน้องในฝูง แต่เมื่อใดที่ได้ยินเสียงสุนัขล่าเนื้อ ความกล้าหาญที่เคยมีกลับหายไปหมดสิ้น และกวางทุกตัวต่างก็วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ไม่เคยมีใครคิดต่อสู้”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

วิสัยของผู้ขลาดเขลาย่อมไม่อาจทำให้กล้าหาญได้




7/11/2553

นิทานก่อนนอนเรื่อง ชาวนากับทะเล

 image

 

ชาวนาคนหนึ่งเพิ่งเคยเห็นเรือแล่นโต้คลื่นเป็นครั้งแรก จึงอุทานกับทะเลว่า “โอ้…เจ้าช่างเป็นธาตุที่ลำพองตัวและคึกคะนอง ไร้ความกรุณาปรานี ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างลอยอยู่บนตัวเจ้า ดูซิแม้แต่เรือยังลอยโยนขึ้นโยนลงจนแทบไม่มีเวลาหยุดนิ่ง”

ทะเลได้ยินดังนั้นจึงตะโกนตอบมาทันที “ท่านอย่างเพิ่งติเตียนข้าเลย ไว้รอให้ลมสงบก่อนแล้วจะรู้ว่าในยามที่ไม่มีลมพัดกระหน่ำให้ข้าต้องตีฟองคะนองคลื่นนั้น ข้าน่ะเป็นผู้เงียบสงบราบรื่นยิ่งกว่าพื้นดินที่ท่านกำลังยืนอยู่”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การจะตำหนิหรือตัดสินในเรื่องใด ๆ ต้องดูข้อมูลให้ถ่องแท้แน่นอนก่อน




7/08/2553

นิทานคุณธรรมเรื่อง หนูนากับพังพอน

หนูนากับพังพอน

หนูนา

ในท้องทุ่งอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง หนูนากับพังพอนเป็นคู่ต่อสู้ที่ได้ทำศึกกันมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ยังไม่สามารถตัดสินเด็ดขาดลงไปได้ว่าฝ่ายใดแพ้ฝ่ายใดชนะ แต่พวกหนูมักจะเพลี่ยงพล้ำต้องล่าถอยอยู่เสมอ เมื่อประชุมปรึกษาหารือกันจนในที่สุดได้ข้อสรุปว่า เหตุที่ไม่อาจมีชัยต่อพวกพังพอนได้เนื่องจากขาดผู้นำ จึงทำการคัดเลือกบรรดาแม่ทัพนายกองขึ้นมาจำนวนหนึ่งเพื่อให้คอยบัญชาการ

ก่อนออกรบครั้งใหม่พวกหนูที่ได้รับการแต่งตั้งเกิดความฮึกเหิม คิดว่าจะต้องหาเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์อะไรสักอย่างมาเป็นเครื่องประดับเพื่อให้สมกับเกียรติกับตำแหน่งของตน

“เราควรนำเขาวัวมาสวมไว้ที่หน้าผาก ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจน” หนูในระดับผู้นำตัวหนึ่งเสนอความคิดเห็นซึ่งหนูตัวอื่น ๆ ต่างเห็นด้วย

ครั้นถึงเวลาออกรบพวกหนูมีจำนวนพลมากกว่าแต่ด้วยในเรื่องพละกำลังและรูปร่างก็เป็นฝ่ายต้องล่าถอยอีกตามเคย เหล่าหนูพลทหารสามารถวิ่งหนีลงรูของพวกตนได้อย่างแคล่วคล่อง แต่เขาวัวที่บรรดาหนูแม่ทัพนายกองใส่ไว้เป็นเครื่องประดับยศนั้นติดขวางทำให้ไม่สามารถหนีลงรูได้ จึงถูกพวกพังพอนสังหารจนหมดสิ้น

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้โง่เขลามัวหลงใหลในอำนาจยศศักดิ์ยึดติดอยู่กับหัวโขนที่ตนสวมใส่อยู่ และนั่นเป็นหนทางนำไปสู่ความวิบัติ




7/07/2553

นิทานคุณธรรมเรื่อง ไม่ให้อภัย

ไม่ให้อภัย

นิทานคุณธรรมเรื่องไม่ให้อภัย

ชายคนหนึ่งฆ่าคนตายและกำลังถูกบรรดาญาติของผู้ที่ถูกฆ่าตายตามล่า เมื่อหนีมาถึงแม่น้ำไนล์ เขาเห็นสิงโตตัวหนึ่งหมอบอยู่บนฝั่งและรู้สึกหวาดกลัวมาก จึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ก็พบงูพิษตัวหนึ่งขดตัวพันยอดไม้อยู่

ด้วยความตกใจสุดขีด ฆาตกรผู้นี้จึงกระโดดลงไปในแม้น้ำ จระเข้ตัวหนึ่งในแม้น้ำสายนั้นจับเขาได้และกินเสีย

จะเห็นได้ว่าทั้งแผ่นดิน อากาศ และน้ำต่างปฏิเสธที่จะให้ที่กำบังแก่ฆาตกร

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

เมื่อทำผิด ไม่ว่าจะไปที่ใดก็ย่อมมีแต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ




7/06/2553

กระพรวนผูกคอแมว

image

 

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พวกหนูต่างได้รับความทุกข์เดือดร้อนจากการที่ต้องคอยหลบหนีแมวซึ่งคอยไล่ตะครุบจับไปกินเป็นอาหารไม่เว้นแต่ละวัน ตัวที่รอดชีวิตมาได้ต่างก็อยู่ในอาการหวาดกลัวขวัญผวา จึงพร้อมใจกันประชุมหาหนทางแก้ไข สมาชิกหนูแต่ละตัวต่างเสนอแผนการที่ตนคิดขึ้นมามากมายหลายแบบจนเป็นที่ถกเถียงหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะใช้วิธีไหนดี

“ข้าคิดว่าพวกเราควรเอากระพรวนไปผูกคอแมวไว้” หนูหนุ่มตัวหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ “เพราะเมื่อเวลาแมวเดินผ่านไปมา พวกเราก็จะได้ยินเสียงลูกกระพรวนดังสามารถหลบหนีได้ทัน” หนูทุกตัวต่างตบมือโห่ร้องอย่างดีอกดีใจเพราะเห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด แต่หนูชราตัวหนึ่งเอ่ยถามขึ้นกลางที่ประชุมว่า

“วิธีนี้มันก็ดีอยู่หรอก แต่ข้าสงสัยว่าหนูตัวไหนจะเป็นผู้อาสานำกระพรวนไปผูกคอแมว”

เสียงไชโยโห่ร้องเงียบลงในทันที หนูทุกตัวต่างมองหน้าแล้วส่ายหัวไปมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ไม่ควรคิดฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การพูดด้วยปากนั้นง่าย แต่การลงมือทำนั้นยาก




7/03/2553

นิทานเรื่อง สองพี่น้อง

 

image 

ชายคนหนึ่งมีบุตร ๒ คน เป็นชาย ๑ คนและหญิง ๑ คน เด็กชายมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลามาก ส่วนเด็กหญิงมีรูปร่างหน้าตาแสนจะธรรมดา

วันหนึ่ง ขณะที่กำลังเล่นกันอยู่ในห้องส่วนตัวของมารดาสองพี่น้องเผอิญมองไปในกระจกเงาบานหนึ่งและเห็นรูปร่างหน้าตาของตัวเองเป็นครั้งแรก เด็กชายซึ่งเห็นรูปร่างหน้าตาแสนหล่อเหลาของตัวเองเริ่มคุยโวโอ้อวดความมีหน้าตาดีของตนให้น้องสาวฟัง

น้องสาวซึ่งกำลังร้องไห้อยู่แล้ว เพราะโกรธจัดที่ตนเองมีหน้าตาแสนจะธรรมดา พาลคิดไปว่าพี่ชายกำลังดูถูกเธอ เด็กหญิงจึงวิ่งไปหาบิดาและฟ้องว่าพี่ชายเหยียดหยามเธอ อีกทั้งยังกล่าวหาว่าพี่ชายเข้าไปรื้อของในห้องแม่กระจุยกระจายไปหมด

เมื่อบิดาได้ฟังเรื่องจากบุตรสาวก็หัวเราะและจูบบุตรทั้งสองจากนั้นก็พูดว่า “ลูกรักทั้งสองของพ่อ นับแต่บัดนี้ไป จงเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากกระจกเงาให้มากที่สุด ลูกชายของพ่อจงพยายามเป็นคนดีให้เท่าเทียมกับความหล่อเหลาของเจ้าลูกหญิงของพ่อ จงพยายามเป็นคนอ่อนหวานและมีเมตตา เพื่อเสริมความงดงามให้รูปร่างหน้าตาธรรมดา ๆ ของเจ้า”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงอย่าเอาจุดด้อยของตนมาเป็นอุปสรรคในการทำความดี

image




7/01/2553

กระต่ายกับไก่ป่า

ไก่ป่า

กระต่ายตัวหนึ่งออกมาหากินกลางทุ่ง ครั้นได้ยินเสียงสุนัขล่าเนื้อของนายพรานก็รีบวิ่งหนีหาทางกลับไปยังโพรงของตน แต่สุนัขล่าเนื้อมีหลายตัวจึงช่วยกันต้อนหน้าต้อนหลัง กว่ากระต่ายจะหลุดรอดมาถึงที่อยู่ของตัวเองได้ก็สะบักสะบอม ไก่ป่าตัวหนึ่งเห็นดังนั้นจึงกล่าวเยาะเย้ยว่า

“อ้าว…พ่อนักวิ่งลมกรด ทำไมวันนี้ถึงได้ตกอยู่ในสภาพน่าทุเรศนักล่ะ”

“ก็เหมือนกับวันก่อน ที่เจ้าหนีเหยี่ยวจนเอาชีวิตแทบไม่รอดนั่นแหละ”

โดนกระต่ายย้อนเข้าแบบนี้ ไก่ป่าก็จำต้องเงียบไปทันที

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

คนส่วนมากมักมองเห็นข้อบกพร่องและความผิดพลาดของผู้อื่น แต่มักจะลืมในส่วนของตนเอง




Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top