2/20/2553

เพลงคุณธรรม : อย่าเกียจคร้าน

ดาวน์โหลด mp3 เพลง อย่าเกียจคร้าน

เพลงอย่าเกียจคร้าน

อย่าเกียจคร้านการทำงานนะพวกเรา

งานหนักงานเบาเหนื่อยแล้วเราพักผ่อนก็หาย

ไม่ทำงาน หลบหลีกงาน เฝ้าเกียจคร้านเอาแต่สบาย

แก่จนตายขอทำนายว่าไม่เจริญ

แก่จนตายขอทำนายว่าไม่เจริญ

Related Posts : นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง ตะเกียงวิเศษ

2/16/2553

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง ทำไมกระดองเต่าจึงมีลาย

นานมาแล้ว เต่ากับกระรอกเป็นเพื่อนกัน

วันหนึ่งเมียกระรอกเจ็บท้องจะคลอดลูก กระรอกจึงขอให้เต่ามาช่วย

เต่าขึ้นต้นไม้ไม่ได้ กระรอกจึงให้เต่าคาบหางกระรอกไว้แล้วกระรอกก็ปีนต้นไม้นำเต่าขึ้นมา

เมียกระรอกเห็นเต่าก็ร้องทักทาย เต่าเผลอตัวอ้าปากพูดตอบ เลยตกลงไปที่พื้นดิน ร่างกายจองเต่าแตกกระจายออกเป็นหลายชิ้น

turtle-on-back

เนื้อส่วนที่ติดอยู่ที่ท้ายทองของมนุษย์กลายเป็นหางเต่า (ผมตรงท้ายทอย) เนื้ออีกส่วนหนึ่งตกลงไปในน้ำกลายเป็นผักตับเต่า

พระอินทร์สงสารเต่าจึงนำกระดองที่แตกกระจายเป็นชิ้น ๆ มาต่อกันให้ใหม่เป็นชิ้นเดียว ตั้งแต่นั้นมากระดองเต่าจึงมีลาย

นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของนิทานไทย

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง ช้างเกเร

นกคู่หนึ่งทำรังอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง ทั้งสองมีลูกนกน้อย ๆ ที่เพิ่งฟักออกมาจากไข่ 2 ตัว นกทั้งสองรักลูกมาก

ทุก ๆ วันนกตัวพ่อจะบินไปหาไส้เดือนมาป้อนให้ลูกน้อยกิน ส่วนนกตัวแม่อยู่ที่รังเพื่อดูแลให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูก ๆ

วันหนึ่ง ช้างเกเรตัวหนึ่งเดินผ่านมาในบริเวณนั้น มันโค่นทำลายต้นไม้มากมายหลายต้น นกทั้งสองตื่นตกใจและเป็นห่วงลูก ๆ มาก พวกมันขอร้องช้างว่า

“ได้โปรดเถิดคุณช้าง กรุณาอย่าโค่นทำลายต้นไม้ต้นนี้เลย เรามีลูกนก ๒ ตัวอยู่ในรังของเรา ลูกเราจะได้รับอันตราย”

แต่ช้างเกเรไม่มีความเมตตา มันใช้งวงพันลำต้นและกระชากด้วยพละกำลังอันมหาศาลจนต้นไม้หักไม้ลงมา

ช้าง

ลูกนกทั้งสองจึงตกลงมาตาย นกพ่อแม่รู้สึกเสียใจมากที่ลูกน้อยต้องตายจากไป ขณะเดียว

กันก็รู้สึกโกรธแค้นช้างเกเรเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องลงโทษเจ้าช้างใจโหดตัวนี้ให้ได้ พวกมันเล่าเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นให้พวกเพื่อน ๆ ฟัง

สัตว์เหล่านี้ซึ่งได้แก่ พวกผึ้ง พวกเม่น และพวกจิ้งหรีดต่างสัญญาว่าจะร่วมมือกันปราบช้างเกเรตัวนั้น

แล้วสัตว์ทั้งหลายก็พากันไปหาช้างเกเร นกทั้งสองร้องบอกมันว่า “เจ้าช้างใจโหด ! เจ้าจะถูกลงโทษเดี๋ยวนี้แหละ”

ช้างเกเรหัวเราะอย่างหยิ่งผยองและวิ่งเอางวงไล่ฟาดพวกนกแต่พลาด พวกผึ้งรุมกันต่อยนัยน์ตาช้างทั้ง ๒ ข้างจนช้างเกเรตาบอด ส่วนพวกเม่นก็พองตัวแล้ววิ่งเอาหนามแหลมบนตัวไปทิ่มแทงอุ้งเท้าช้าง ช้างเกเรร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

ช้างเกเรซึ่งขณะนี้ตาบอดแล้ววิ่งหนีไปพลางชนต้นไม้ไปตลอดทาง เมื่อวิ่งหนีมาเป็นเวลานาน มันรู้สึกเหนื่อยและกระหายน้ำ มันร้องว่า “น้ำ! ข้าต้องการดื่มน้ำเหลือเกิน”

ฉับพลันนั้น พวกจิ้งหรีดต่างส่งเสียงร้องระงมบนยอดผาแห่งหนึ่ง เมื่อช้างตาบอดได้ยินจิ้งหรีดก็ร้องด้วยความดีใจว่า “น้ำ! ข้าจะได้ดื่มน้ำแล้ว พวกจิ้งหรีดต้องส่งเสียงมาจากบึงที่มีน้ำ แน่ ๆ”

ช้างเกเรจึงวิ่งไปตามเสียงจิ้งหรีดและในที่สุดก็ตกจากหน้าผาลงมาถึงแก่ความตาย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าลำพองใจคิดว่าตนเองมีอำนาจทำอะไรแล้วไม่ต้องเห็นแก่ใครเพราะการกระทำนั้นจะตอบสนองตนเองอย่างสาสม

2/14/2553

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง ตะเกียงวิเศษ



มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นคนเกียจคร้านไม่ทำการงาน แต่มีรสนิยมสูง วันหนึ่งเขาจึงไปปรึกษาแม่ของเขา

“แม่ครับผมก็อายุมากแล้ว ผมอยากมีบ้านส่วนตัวอยู่สักหลังหนึ่ง”

“แล้วเอ็งจะให้ข้าทำอย่างไรล่ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันแกลองไปขอความช่วยเหลือหลวงตาทองดูซิ ท่านอาจจะช่วยแกได้ละมั้ง” แม่ของชายหนุ่มแนะนำ

“หลวงตาครับ ผมอยากมีบ้านสวย ๆ สักหลัง เป็นบ้านชั้นเดียวก็พอขนาด ๒ ห้องนอน ๓ ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องรับแขกแยกออกต่างหาก ถ้าจะมีโทรศัพท์ด้วยก็จะดีมากเลยครับ”

“เอาซิข้าจะช่วยเอ็ง”

“ขอบพระคุณมากครับ”

“เอ้าเอ็งเอาตะเกียงวิเศษใบนี้ไป” พูดแล้วพลางหยิบตะเกียง ส่งให้

“เป็นพระคุณอย่างสูงสุดครับ แล้วตะเกียงนี้ใช้อย่างไรครับ”

“เมื่อไปถึงบ้านเอ็งจงวางตะเกียงไว้บนแท่น จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชา นั่งอธิษฐานจิต

แล้วใช้มือถูข้าง ๆ ตะเกียงใบนี้สักพักหนึ่งจะมียักษ์ตนหนึ่งออกมาจากตะเกียง เอ็งอยากได้อะไรก็ขอเอาตามใจชอบ”

ยักษ์ในตะเกียง

ชายหนุ่มคนนั้นรีบนำตะเกียงวิเศษกลับบ้านทันที เมื่อถึงบ้านเขาก็จัดการทำตามคำแนะนำของหลวงตาทองทุกอย่าง และแล้วก็บังเกิดควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากตะเกียง เมื่อควันจางลงยักษ์ตนหนึ่งก็เดินออกมาจากตะเกียง

“พี่เรียกผมมาทำไมครับ ผมพร้อมที่จะช่วยที่ทุกอย่าง” ยักษ์กล่าวอย่างนอบน้อม

“ข้าอยากได้บ้านสักหลัง เป็นบ้านชั้นเดียว ขนาด ๒ ห้องนอน ๓ ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องรับแขก ติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลังพร้อมโทรศัพท์” ชายหนุ่มรีบบอกสิ่งที่ต้องการ

“มีแค่นี้เองหรือพี่” ยักษ์ถาม

“เอาแค่นี้แหละ” ชายหนุ่มตอบ

ยักษ์ถอนหายใจยาว” แล้วกล่าวว่า

“อ้ายโง่ เอ๊ย ! ถ้าฉันสามารถเนรมิตบ้านสวย ๆ ได้ อย่างนั้นแล้วละก็ ฉันคงไม่ต้องมาซุกหัวนอนอยู่ในตะเกียงบ้า ๆ ใบนี้หรอก อึดอัดจะตาย”

ว่าแล้วยักษ์ก็หายวับเข้าไปในตะเกียงใบนั้น

ชายหนุ่มได้แต่นิ่งอึ้งงุนงงในคำพูดของยักษ์

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ทุกคนควรพึ่งตนเองเป็นดีที่สุด อย่าไปหวังพึ่งคนอื่นเลย

เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากตัวของเราเอง

ดังศาสนสุภาษิตที่ว่า อัตตาหิ อัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

2/11/2553

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง ไก่ชนกับหมาจิ้งจอก

เมื่อหมาจิ้งจอกมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวเล้าไก่ ไก่ทุกตัวต่างพากันหวาดผวา แต่เห็นว่ามีประตูรั้วกั้นอยู่หมาจิ้งจอกคงเข้ามาทำอันตรายอะไรไม่ได้ จึงต่างค่อยเบาใจ ไก่ชนตัวหนึ่งบินขึ้นไปเกาะบนรั้ว ครั้นเห็นสุนัขจิ้งจอกทำท่ากระโจนใส่มันก็บินถลาลงมาด้วยความตกใจ พวกไก่ในเล้าต่างพากันหัวเราะเยาะ

“หมาจิ้งจอกยังอยู่นอกรั้วเท่านั้นทำไมเจ้าจึงขี้ขลาดตาขาวนักล่ะ ระวังจะหัวใจวายตาย” ได้ตัวหนึ่งกล่าวเย้ยหยัน

       

 

“เจ้าจะพูดอย่างไรก็ตามใจเถอะ ไก่ชนกล่าวตอบ “แต่ข้าน่ะเคยหนีรอดคมเขี้ยวของมันมาได้อย่างหวุดหวิด รู้พิษสงครามร้ายกาจของพวกหมาจิ้งจอกได้ดี หากพวกเจ้าเคยผ่านสถานการณ์เช่นข้าในครั้งนั้น เมื่อได้เผชิญหน้ากับมันในเวลานี้ คงมีสภาพไม่ผิดอะไรกับข้านักหรอก”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

การยอมรับว่าเป็นคนขลาดแต่คอยระมัดระวัง ดีกว่าแสร้งเป้นคนกล้าหาญแต่ประมาท

2/04/2553

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง ริ้นกับวัว




ริ้นเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ แต่กัดเจ็บ วันหนึ่งมันบินไปจับที่เขาวัวพลางพูดกับวัวว่า

“ขอโทษทีเถอะนะพี่วัว ที่ฉันทำให้พี่ต้องรับน้ำหนักตัวของฉันเพิ่มขึ้น หากพี่รู้สึกหนักจนทนไม่ไหวละก็รีบบอกมาได้เลย ฉันจะได้บินไปเกาะที่อื่น”

วัวรู้สึกหมั่นไส้จึงตอบไปว่า “ตามสบายเลยน้องเอ๋ย พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องบินมาเกาะตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉะนั้นน้องจะอยู่หรือจะไปจากตัวพี่ พี่ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย”วัวนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้ที่ยิ่งต่ำต้อยเท่าใดมักยิ่งทะนงเย่อหยิ่งและหลงตนมากเท่านั้น

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก},,,

2/01/2553

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง เที่ยงยังไม่บ่าย

มีชายคนหนึ่งพร้อมกับเพื่อน ไปนั่งรอรถไฟที่สถานี รถจะมาถึงเวลาบ่ายโมง ชายคนนั้นก็บอกให้เพื่อนไปดูนาฬิกา ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสถานีว่าบ่ายโมงหรือยังเพื่อนก็วิ่งไปดู แล้วก็กลับมาบอกว่า “เที่ยง ยังไม่บ่าย” ก็มานั่งรอรถกันต่อไป

นั่งรอกันอยู่พักใหญ่ ก็บอกให้เพื่อนวิ่งไปดูนาฬิกาอีกทีว่าบ่ายโมงหรือยัง

นิทานก่อนนอนสอนลูก

เพื่อนก็วิ่งไปดูอีก แล้วก็กลับมาบอกว่า “เที่ยง ยังไม่บ่าย” ก็นั่งรอรถกันอีก จนกระทั่งตะวันคล้อยไปแล้ว ก็บอกให้เพื่อนวิ่งไปดูนาฬิกาอีกสักทีเพื่อนก็วิ่งไปดู แล้วก็กลับมาบอกว่า “เที่ยง ยังไม่บ่าย” เหมือนเดิม

ชายคนนั้นก็เกิดความสงสัย จึงพูดกับเพื่อนว่า “ไหนนาฬิกาที่เอ็งวิ่งไปดูมันอยู่ตรงไหน”

เพื่อนก็พาไปดูพร้อมกับชี้บอกว่า “นี่ไงล่ะ”

ชายคนนั้นหัวเราะไม่ออกจึงพูดออกมาว่า “โธ่เอ๋ย ! นั่นมันเครื่องชั่งน้ำหนักต่างหาก ไม่ใช่นาฬิกา เอ็งเข้าใจผิดไปแล้ว”

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การใช้คนโง่เขลาเบาปัญญาไปทำสิ่งใด อาจทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก},,,

Popular Posts

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top