1/22/2553

นิทานก่อนนอนสอนลูกเรื่อง หนูนาและหนูเมือง

06:42

หนูนากับหนูเมืองเป็นเพื่อนรักกัน

วันหนึ่งหนูเมืองเดินทางไปเยี่ยมหนูนาตามคำเชิญ บ้านของหนูนาอยู่ในโพรงดินที่มืดและคับแคบ

หนูนานำอาหารอย่างดีที่สะสมไว้มาเลี้ยงหนูเมืองมีทั้งข้าวโพด ถั่ว เศษเนื้อ และผลไม้

“กินตามสบายเลยเพื่อน รู้ไหมวาเราดีใจแค่ไหนที่เพื่อนอุตส่าห์เดินทางมาเยี่ยมเยือน” หนูนากล่าวอย่างกันเอง

แต่หนูเมืองมีท่าทางไม่ค่อยมีความสุขเท่าใดนัก“เราไม่ค่อยเข้าใจเลย…”

หนู หนูเมือง

หนูเมืองกล่าวเสียงเนือย ๆ “ว่าทำไมเพื่อนถึงต้องมาทนอุดอู้อยู่ในรูแคบ ๆ และกินอาหารที่ไม่มีรสชาติเช่นนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ในตัวเมืองที่ฉันอาศัยอยู่มีทั้งอาหารสด อาหารคาว ขนมนมเนยสารพัดอย่าง เพื่อหนีความทุกข์ยากไปอยู่ด้วยกันดีกว่า”

หนูนาคิดอยากจะมีชีวิตที่สุขสบายอย่างหนูเมืองจึงตกลงจะไปอยู่กับเพื่อนรักในคฤหาสน์หลังใหญ่

เมื่อเดินทางมาถึงหนูเมืองรีบพาหนูนาเข้าไปในห้องครัวทันที

หนูนารู้สึกตื่นเต้นเพราะเครื่องประดับตกแต่งทุกชิ้นเป็นของที่มีราคาแพง

และสวยงาม อาหารที่คบรับใช้ของเศรษฐี จัดไว้ล้วนแต่ของดี ๆ ที่หากินได้ยากในท้องถิ่นชนบท ไม่ว่าจะเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่หรือขนมนมเนย

หนูนากับหนูเมืองไต่ขึ้นไปบนโต๊ะและชิมอาหารทุกจานอย่างเอร็ดอร่อย

แต่ทันใดนั้นประตูห้องครัวก็เปิดออก เศรษฐีเจ้าของคฤหาสน์พร้องทั้งลูก ๆ กลับมาจากไปธุระข้างนอก

เมื่อเห็นหนูทั้งสองตัว เศรษฐีรีบตะโกนให้คนรับใช้รวมทั้งเจ้าแมวหง่าวช่วยกันขับไล่

หนูเมืองพาหนูนาวิ่งเข้าไปหลบในรูของกำแพงคฤหาสน์

โดยมีเจ้าแมวหง่าวนั่งคุมเชิงอยู่ปากรูเมื่อเศรษฐีเจ้าของคฤหาสน์พร้อมลูก ๆ กินอาหารบนโต๊ะกันอิ่มแล้วและออกไปจากห้องครัว

หนูเมืองจึงหันมากล่าวชวนหนูนา “เราออกไปกินเศษอาหารที่ตกอยู่โต๊ะและตามพื้นกันดีกว่า ตอนนี้เจ้าแมวเหมียวคงไปหาที่นอนของมันแล้ว”

แต่หนูนาได้รีบเก็บข้าวของแล้วเดินทางกลับท้องทุ่งอันเป็นถิ่นที่อยู่เดิมของตนทันที

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้ต้องอยู่อย่างยากไร้ทุกข์ทนแต่ปลอดภัยย่อมดีกว่าการอยู่อย่างสะดวกสบายแต่เต็มไปด้วยภัยอันตราย

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

 

© 2013 นิทานก่อนนอนสอนลูก. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top